มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2557

 

          แรกนาขวัญ หมายถึงทำขวัญนาเมื่อลงมือไถครั้งแรกในฤดูทำนาครั้งใหม่

          ชาวบ้านดั้งเดิมทำขวัญเป็นภาษาร่าย (กึ่งทางระหว่างร้อยแก้วกับร้อยกรอง) โดยขับลำคำคล้องจองด้วยทำนองง่ายๆ  (คล้ายทำนองเสนาะ) วิงวอนร้องขอต่ออำนาจเหนือธรรมชาติ ให้ท้องนาที่จะทำต่อไปได้ผลผลิตพอกินตลอดปี

          ระดับหัวหน้าเผ่าพันธุ์ของชุมชนดั้งเดิม มีเป่าปี่ตีกลองทอง (มโหระทึก) หรือฆ้อง ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีศักดิ์สิทธิ์สัญลักษณ์ของฝน

          เสียงกังวานของโลหะสร้างความศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่งในการสื่อสารกับผีฟ้าผีแถนที่บันดาลให้มีน้ำตกจากฟ้าเป็นฝนลงมาหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์ธัญญาหารให้อุดมสมบูรณ์

 

เพลงนางนาค

          ครั้นเติบโตเป็นบ้านเมืองแล้วเป็นรัฐ รับศาสนาและการเมืองการปกครองจากอินเดีย จึงเรียกพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ สืบจนปัจจุบัน

          โดยมีวงปี่พาทย์ประโคมเริ่มต้นด้วยเพลงนางนาค (สัญลักษณ์ของผีบรรพชนเพศหญิง และเป็นสัญลักษณ์ของแผ่นดินและน้ำ) แล้วตามด้วยเพลงมีชื่อเป็นมงคลอื่นๆ ตามแต่จะกำหนดขึ้นสมัยหลังๆ

          ทุกวันนี้ต้องมีรัวมโหระทึก (คือกลองทอง แต่ลาวเรียกฆ้องบั้ง) พร้อมกันด้วย โดยปรับเข้ากับพิธีพราหมณ์เป่าสังข์และไกวบัณเฑาะว์

มโหระทึกกับฆ้องชัยในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ที่ท้องสนามหลวง (เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2537)

ฆ้องกบ ตีขอฝน

          ฆ้อง เป็นคำดึกดำบรรพ์ในตระกูลชวา-มลายู คำเดียวกับระฆัง

          เคยมีใช้ในภาษาไทยคู่กันว่าระฆ้องระฆัง แต่ต่อมากร่อนกลายเหลือเป็นฆ้อง คำหนึ่ง และระฆังอีกคำหนึ่ง

          คำว่าฆ้องใช้เรียกเครื่องมือทำด้วยโลหะ เช่น ทองแดง ทองสัมฤทธิ์ ฯลฯ แต่มักรู้จักทั่วไปว่า กลองทอง หรือมโหระทึก เป็นลักษณะทางอำนาจของผู้ครอบครอง และใช้ประโคมตีให้เป็นเสียงสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ เช่น ปวงผีมีคุณ ฯลฯ ในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของบรรดาชนเผ่าชาติพันธุ์ทั่วไปทั้งภูมิภาคอุษาคเนย์ เมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว

(ซ้าย) กลองทองมโหระทึก พบที่ อ. เมือง จ. อุตรดิตถ์ (ขวา) กบหน้ากลองทองมโหระทึก พบที่ อ. เมือง จ. นครศรีธรรมราช

เสียงกังวานโลหะ เมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว ต้องนับเป็นเสียงใหม่, ใหญ่ยิ่ง, สิ่งศักดิ์สิทธิ์, และมหัศจรรย์ที่สุดของยุคนั้น เครื่องดนตรีโลหะจึงมีฐานะสูงมากตราบถึงทุกวันนี้ เช่น ฆ้องวง ถือเป็น “ครูใหญ่” ของวงปี่พาทย์ เป็นต้น ชนชาติเย้าและชนชาติจ้วง มณฑลกวางสีในจีน มีประเพณีประโคมตีมโหระทึก และมีกลองไม้ขึงหนังตอกหมุดหน้าเดียว (ต้นแบบกลองทัดในไทยปัจจุบัน) เป็นประธาน (ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2537)

          มโหระทึกบางใบมีรูปกบหล่อสัมฤทธิ์ลอยตัว ประดับหน้ากลองเป็นสี่ตำแหน่ง คนบางกลุ่มจึงเรียกฆ้องกบ เพราะกบเป็นสัญลักษณ์ของฝนที่บันดาลน้ำให้ทำนา

          “วัฒนธรรมฆ้อง”Ž เป็นสัญลักษณ์ร่วมเฉพาะภูมิภาคอุษาคเนย์ มีแหล่งกำเนิดบนผืนแผ่นดินใหญ่ แล้วแพร่กระจายลงไปทางหมู่เกาะทะเลใต้ มีใช้ในทุกกลุ่มชาติพันธุ์สืบเนื่องถึงทุกวันนี้

          เมื่อลักษณะทางสังคมเติบโตขึ้นเป็นบ้านเมือง เป็นรัฐ เป็นราชอาณาจักร จนเป็นประเทศอย่างปัจจุบัน  ฆ้องก็มีพัฒนาการเปลี่ยนไปตามความซับซ้อนทาง สังคมด้วย

          เริ่มจากเครื่องมือใช้ประโคมตีในพิธีกรรมก็กลายเป็นเครื่องมือตีบอกสัญญาณต่างๆ จนถึงบอกเวลา เช่น โมง เกิดจากเสียงตีฆ้องนี่เอง (คู่กับ ทุ่ม เกิดจากเสียงตีกลอง)

          แล้วก้าวหน้าเป็นเครื่องดนตรีประกอบการละเล่นสำคัญ เช่น เลี้ยงผี แก้บน จนถึงละคร โขน หนัง(ใหญ่) ในราชสำนัก เป็นเหตุให้มีชื่อต่างๆ กัน ตามบทบาทหน้าที่ ลักษณะรูปร่างและเสียง เช่น ฆ้องเดี่ยว, ฆ้องคู่, ฆ้องราว, ฆ้องวง, ฯลฯ

 

นาตาแฮก แรกนาขวัญ

          แรกนาขวัญ เป็นภาษาของคนในภาคกลางที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตรงกับภาษาของคนบริเวณสองฝั่งแม่น้ำโขงว่า นาตาแฮก หรือ แฮกนา

          นาตาแฮก (แฮก คือ แรก) หมายถึงการไถนาทำนาปลูกข้าวครั้งแรกในนาจำลองขนาดเล็กๆ ที่สมมุติขึ้น แล้วมีพิธีสู่ขวัญวิงวอนร้องขอต่ออำนาจเหนือธรรมชาติ (บางทีเรียกผีนาหรือพระภูมินา) จงบันดาลให้ทำนาจริงๆ  ได้ผลผลิตเป็นข้าวงอกงามอุดมสมบูรณ์เหมือนนาจำลองที่สมมุติขึ้นครั้งแรกนี้

          ภาษาทางราชการเรียกจรดพระนังคัล เป็นคำเขมร (นังคัล คือ ผาลไถนา) แปลว่าไถนาครั้งแรก

          พิธีอย่างนี้มีมาแต่ดั้งเดิมในชุมชนคนดึกดำบรรพ์ราว 3,000 ปีมาแล้ว สมัยก่อนๆ ทุกคนมีอาชีพทำนาต้องทำกันทั่วไปก่อนจะลงมือทำนาจริง

          ต่อมาเมื่อราชสำนักรับแบบแผนฮินดูจากชมพูทวีป (อินเดีย) จึงปรุงแต่งให้สอดคล้องกับพิธีพราหมณ์เพื่อความศักดิ์สิทธิ์สูงขึ้น เช่น มีพระโคเสี่ยงทาย มีเชิญเทวดามาเสกเป่าข้าวเปลือกที่ใช้หว่านในพิธี เมื่อเสร็จงานก็ให้ชาวบ้านแย่งกันเก็บเม็ดข้าวเปลือกไปบูชา แล้วโปรยลงในนาของตนเพื่อให้ได้ผลผลิตเป็นเมล็ดข้าวมากขึ้น และรอดพ้นจากภัยธรรมชาติ

} else {document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);