Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 22 เมษายน 2557

 

ถุงยางอนามัย ตั้งตู้ขายในโรงเรียน

          โรงเรียนบ้านวังแดง จ. สระแก้ว ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเด็กตั้งครรภ์ในวัยเรียน โดยติดตั้งตู้จำหน่ายถุงยางอนามัยในโรงเรียน

          ส่งผลให้จำนวนเด็กที่ตั้งครรภ์ในวัยเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

          ประชาคมนักเรียนเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะติดตั้งหรือไม่ เมื่อได้ข้อสรุปว่าให้ติดตั้ง ทางโรงเรียนก็ให้เด็กเป็นผู้บริหารจัดการ แล้วประสบความสำเร็จ

          “เด็กมองว่าไม่ใช่เป็นการชี้โพรงให้กระรอก เพราะกระรอกอยู่ในโพรงอยู่แล้ว โรงเรียนต้องสอนวิธีการป้องกัน และสอนให้เด็กรู้จัก รวมทั้งเข้าถึงถุงยางอนามัยได้ง่ายจะดีกว่า” รศ. ดร. สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยเรื่องนี้

           “เมื่อ 3 ปีที่แล้ว การติดตั้งตู้จำหน่ายถุงยางอนามัยเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมพูดถึงกันมาก ซึ่งผมเคยถกเถียง และไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่เมื่อมาเห็นความสำเร็จและประโยชน์ที่เกิดขึ้น ผมอาจต้องปรับความคิดใหม่”

          รศ. ดร. สมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า การลงพื้นที่ฯ ครั้งนี้ยังทำให้ได้ทราบด้วยว่า บางพื้นที่เด็กอายุเพียง 8 ขวบก็ตั้งครรภ์แล้ว ขณะที่บางพื้นที่พบว่าเด็กอายุ 15 ปี มีลูก 3 คน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าตัวเลขเด็กตั้งครรภ์ในวัยเรียนอายุต่ำลงเรื่อยๆ ฉะนั้น ต้องเร่งแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

          ครูจำนวนมากไม่ยอมให้ติดตั้งตู้จำหน่ายถุงยางอนามัยในโรงเรียน ด้วยข้ออ้างสำคัญข้อหนึ่ง คือ เพื่อธำรงรักษาวัฒนธรรมไทยและความเป็นไทย

          วัฒนธรรมไทย เป็นวัฒนธรรมของคนชั้นสูงเท่านั้น เอาเข้าจริงก็เป็นสิ่งเพิ่งสร้างใหม่ด้วยเหตุผลทางการเมือง เพื่อสถาปนามาตรฐานแห่งอำนาจของตนขึ้นในสังคมไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลง (สรุปจากข้อเขียนของ นิธิ เอียวศรีวงศ์)

          ฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องรักษาความเป็นไทยของคนชั้นสูงที่เพิ่งสร้างเพื่ออำนาจของคนชั้นสูง โดยใช้อนาคตและชีวิตของเด็กผู้หญิงเป็นเครื่องมือ

          ควรรักษาความเป็นคนที่มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เสมอภาคกันเท่านั้นก็พอแล้ว โดยไม่รังเกียจตั้งตู้ถุงยางอนามัยในโรงเรียน เพื่ออนาคตของเด็กไม่ท้องวัยเรียน และไม่ติดเอดส์

 

คนดี

          คนดีแผ่พลังสู่มหาวิทยาลัยไทยอย่างไร้ขีดจำกัด มีรายงานจากการประชุมสัมมนาระหว่างผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) และผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา เมื่อเร็วๆ นี้

          ม.เอกชนต้องการให้ สกอ. ทบทวนตัวบ่งชี้การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาของมหาวิทยาลัย เนื่องจากมีตัวบ่งชี้บางตัวที่ในทางปฏิบัติทำได้ยาก เช่น

          สกอ. นิยามว่าผู้เรียนเป็นคนดี แต่ไม่กำหนดชัดเจนว่าการเป็นคนดีต้องมีแนวทางอย่างไร? มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งไปเตรียมการกันเอง ทำให้มีรูปแบบแตกต่างกัน

          และไม่ทราบว่าจะสามารถนำผลมาเทียบเคียงกันได้หรือไม่? ทั้งการวัดตามกรอบชั่วโมงที่นิสิตนักศึกษาต้องเข้าร่วมกิจกรรมการเป็นคนดีเพียงพอหรือไม่?

          หรือต้องไปเป่านกหวีดให้ครบจำนวนที่กำหนดเพิ่มอีก?