มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 21 เมษายน 2557

 

เห็นดาวคนละดวง

          ความคิดทางการเมืองต่างกันสองฝ่ายเป็นยังไง? ผมไม่ฉลาดพอจะบอกได้ จึงขอพึ่งพาคำอธิบายของผู้รู้ ดังต่อไปนี้

          ข้อเขียนเรื่องอำมาตยากับประชาธิปไตย ใครจะชนะ? โดย คณิน บุญสุวรรณ (มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2557 หน้า 21) ไม่ได้ให้คำตอบว่าใครชนะ แต่บอกให้รู้ว่า

          “วิกฤตในวันนี้ คือวิกฤตการต่อสู้ระหว่าง

          ฝ่ายที่ต้องการให้ประเทศกลับไปเป็นการปกครองระบอบอำมาตยาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

          กับฝ่ายที่ต้องการให้ประเทศมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ที่ก้าวหน้าและมีเสถียรภาพมั่นคงกว่าที่ผ่านมาเป็นเวลาหลายสิบปีนั่นเอง

          สองระบอบดังกล่าวนี้ มีจุดที่เหมือนกันคือ ‘มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข’ แต่ต่างกันตรงที่

          ฝ่ายหนึ่งต้องการให้อำนาจรวมศูนย์อยู่ที่ ‘อำมาตย์และชนชั้นสูง’ ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการให้อำนาจกระจายสู่ประชาชนทุกหมู่เหล่าโดยเสมอภาคเท่าเทียมกัน

          พูดอีกอย่างหนึ่งว่าทางหนึ่งเปลี่ยนแปลงอย่างสืบเนื่องอำนาจเก่า แต่อีกทางหนึ่งเปลี่ยนแปลงอย่างไปสู่อำนาจใหม่

          “แม้เราอาจจะยังหาคำตอบที่ถูกไม่ได้ แต่สามารถระบุคำตอบที่ผิดได้” มีอยู่ในข้อเขียนเรื่องมายาคติว่าด้วยชาติ ของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล [ในหนังสือถอดรื้อมายาคติ DECONSTRUCT ของ ศูนย์ข้อมูล & ข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ) พิมพ์ครั้งแรก มกราคม 2557 หน้า 66-67] แล้วบอกให้รู้อีกว่า

          “มันชัดเจนอยู่แล้วว่าเราต้องก้าวไปข้างหน้า จะลองผิดลองถูกได้ แต่อย่าถอยหลัง”

          “ระบบเผด็จการชาตินิยมไม่สามารถบริหารความเป็นธรรมได้”

          ปัจจุบันสังคมไทยพูดเรื่องเสรีภาพมาก แต่หลงลืมไปว่าฐานรากจริงๆของประชาธิปไตยคือความเสมอภาค อุดมการณ์หรือกรอบคิดใดก็ตามที่ไม่เชื่อในสิ่งนี้ ย่อมสร้างความเป็นธรรมไม่ได้

          “เราต้องเชื่อเสียก่อนว่ามนุษย์เสมอภาคกัน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องเท่ากัน” เสกสรรค์ย้ำตอนท้าย

          ประสบการณ์ของผมมีจำกัดมาก การศึกษาก็จำกัดมากๆ เพราะอยู่ในโลกแคบๆของคนเรียนน้อยและรู้ภาษาไทยภาษาเดียว

          ดังนั้น ความคิดเห็นที่แสดงออกไป ไม่ประสงค์จะกะเกณฑ์ใครให้เชื่อตามเป็นหางว่าว เพราะไม่เคยมีอำนาจเกณฑ์อะไรได้ และไม่เคยไขว่คว้าหาอำนาจนั้น

          แต่เพียงเพื่อให้รู้ว่ามีผู้คิดต่างอย่างน้อยคนหนึ่งคือผมคนนี้เท่านั้นเอง เหมือนที่มีผู้พูดกันสนั่นไปว่าเห็นดาวคนละดวง

          ไฉนทะลึ่งตึงตังมาลงโทษกล่าวร้ายป้ายสีกันบ้าๆบอๆกะลอจี๊} else {}