มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 18 เมษายน 2557

 

เหี้ย, ตะกวด, แลน สัตว์ศักดิ์สิทธิ์

          บรรพชนคนอาเซียนเมื่ออย่างน้อย 2,500 ปีมาแล้ว เคยยกย่องเหี้ยเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันบางแห่งยังมีพิธีพลีเซ่นตะกวดช่วงสงกรานต์

          เหี้ย เป็นคำไทยลุ่มน้ำเจ้าพระยา แต่ก่อนหน้านั้นเขมรเรียกตะกวด ลาวเรียกแลน ล้วนเป็นสัตว์ตัวเดียวกัน แต่มักเข้าใจว่าต่างกัน

          มีคำอธิบายจากนักวิชาการรุ่นใหม่ๆ บอกผมว่าเหี้ยเป็นชื่อใหม่ของสัตว์เลื้อยคลานครึ่งบกครึ่งน้ำ เพิ่งมีขึ้นหลังรับศาสนาจากอินเดีย แล้วเหยียดความเชื่อพื้นเมืองลงว่าเลวทรามต่ำช้า

          ดูได้จากคำว่า เหี้ย เพี้ยนจาก หีน (คำเดียวกับที่ใช้เรียกอวัยวะเพศหญิง) แปลว่า เลวทรามต่ำช้า

          ผมฟังแล้วเชื่อตามว่ามีที่มาอย่างที่นักวิชาการรุ่นใหม่ๆบอกไว้นี้

          ตะกวด เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของบรรพชนคนสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ มีลายสลักบนหน้ากลองทอง (มโหระทึก) อายุ 2,500 ปีมาแล้ว สัญลักษณ์ของน้ำและความอุดมสมบูรณ์

          พระพุทธเจ้าเมื่อเป็นพระโพธิสัตว์เคยเสวยพระชาติเป็นตะกวด (คุณพันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร ค้นมาบอกว่าเรียกโคธชาดก เป็นอรรถกถาชาดกในสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย) ชาวกัมพูชาโบราณยกย่องตะกวดเป็นบรรพชน มีตำนานในตอนต้นของราชพงศาวดารกัมพูชา ว่าตะกวดตัวนี้อาศัยอยู่บนต้นทะโลก (ตำนานไทยว่าต้นหมัน) ฟังเทศน์พระพุทธเจ้าจนบรรลุธรรม

          ผมเคยติดตามนักวิชาการทางมานุษยวิทยาไปงานพิธีพลีเซ่นตะกวดในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ จ. สุรินทร์ เพราะคนหมู่บ้านนี้ยกย่องตะกวดเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ จึงไม่ทำร้าย ไม่กำจัด บรรดาตะกวดคลานเพ่นพ่านในหมู่บ้านและในวัด พอถึงสงกรานต์ชาวบ้านมีพิธีพลีเซ่นตะกวด

          ล่าสุดมีรายงานว่าต้องควบคุมเหี้ยที่สมุทรสาครกับสมุทรสงคราม เพราะมีเพิ่มขึ้น เนื่องจากอาหารอุดมสมบูรณ์ แล้วเพ่นพ่าน กินปู, ปลา ในบ่อเพาะเลี้ยงของผู้ลงทุนจนเสียหายมาก (ผมจำจากผู้บรรยายสารคดีเชิงข่าวโทรทัศน์ Thai PBS  เช้ามืดวันจันทร์ที่ 7 เมษายน  2557 ราว 05.20 น.)

          ในข่าวมีความเห็นเสนอแนะและคำถามตอนท้ายรายการ ว่าเหี้ยเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ ต้องรักษาพันธุ์ไว้ แล้วพัฒนาเป็นสัตว์เศรษฐกิจผลิตส่งตลาดเหมือนจระเข้จะดีไหม?