มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 16 เมษายน 2557

 

ครอบครู ไหว้ครู เลี้ยงผี

          เดือนห้า ทางจันทรคติ ราวเมษายนในปฏิทินสากล เป็นช่วงมหาสงกรานต์ของพราหมณ์ฮินดู

          คนในอุษาคเนย์อาเซียนแต่ก่อน ถือเป็นหน้าแล้ง ฤดูร้อน ทำไร่ไถนาไม่ได้ ไม่มีน้ำ  ต้องมีเลี้ยงผีประจำปี แล้วซ่อมแซมเครื่องมือทำมาหากิน เตรียมไว้ฤดูทำนาใหม่จะมาถึงในเดือนต่อๆไป

          เครื่องมือทำมาหากินทุกอย่าง คนแต่ก่อนเชื่อว่ามีผีสิง ดังนั้นเจ้าของเครื่องมือต้องสำนึกในพระเดชพระคุณไหว้ดีพลีถูกอย่าให้ขาดตกบกพร่อง

          ปีหนึ่งต้องมีเข้าทรงเสี่ยงทาย เพื่อทำนายทายทักว่าฤดูกาลใหม่จะมาถึง น้ำท่าอุดมสมบูรณ์หรือไม่ ทำมาหากินฝืดเคืองหรือเปล่า? จะได้เตรียมรับสถานการณ์ถูก

          กิจกรรมเข้าทรงเครื่องมือทำมาหากิน เรียกกันต่อมาว่าการละเล่น ซึ่งมักทำตอนเดือนห้า ตรงกับสงกรานต์ (แต่ไม่ได้มีที่มาจากสงกรานต์) เช่น ผีครก, ผีสาก, ผีข้อง, ผีกระด้ง (นางด้ง), ฯลฯ

          เครื่องดนตรีไทย เช่น ปี่, ฆ้อง, กลอง, ระนาด, ซอ, ฯลฯ เป็นเครื่องมือทำมาหากิน ประเภทหนึ่งเหมือนครกสาก ฯลฯ จึงมีผีสิงด้วย คนในชุมชนแต่ก่อนต้องเอามาทำพิธีเลี้ยงผี เข้าทรง

          ต่อมายุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สังคมคนชั้นสูงของเจ้านาย จัดให้ดนตรีเป็นวิชาเฉพาะทาง ซึ่งต่างจากอาชีพอื่นๆ แล้วโอนเข้าพิธีพราหมณ์ ผนวกให้มีเทพเจ้าประจำวิชาดนตรี เช่น พระฤๅษีตาไฟ (อิศวร), พระปรคนธรรพ, พระฤๅษีนารอด

          จึงมีพิธีต่างหากออกไปไม่ปนกับพิธีเลี้ยงผีดั้งเดิม แล้วเรียกใหม่ว่าพิธีไหว้ครู สืบเป็นพิธีไหว้ครูและครอบนาฏศิลป์กับดนตรีไทย จนทุกวันนี้

          นับแต่นั้นก็เกิดธรรมเนียมปฏิบัติยกมือไหว้เครื่องดนตรีก่อนจับมาเล่นบรรเลง} else {