มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 15 เมษายน 2557

 

การละเล่นสงกรานต์

          บรรพชนคนอุษาคเนย์มีการละเล่นเลี้ยงผี ขอฝนช่วงหน้าแล้ง ตั้งแต่ 2,500 ปีมาแล้ว ยังทำสืบเนื่องมาจนปัจจุบัน แต่เรียกว่าสงกรานต์ตามชื่อพิธีพราหมณ์ที่รับสมัยหลัง

          ชาวบ้านดั้งเดิมดึกดำบรรพ์หลายพันปียุคก่อนอยุธยา มีการละเล่นหลายอย่างในพิธีเลี้ยงผีประจำปี อยู่ในช่วงหน้าแล้ง (หลังเก็บเกี่ยว) เช่น

          แข่งเกวียน, ชนวัว, ชนควาย, ชนคน (หัวล้านชนกัน?), ตีไก่, โยนลูกช่วง, ชกมวย, ฟันดาบ (กระบี่กระบอง), ฯลฯ

          มีภาพสลักอยู่บนผนังระเบียงปราสาทบายน เมืองนครธม ในกัมพูชา แสดงการละเล่นบางอย่างเหล่านี้ไว้ด้วย ซึ่งเป็นของคนพื้นเมืองทั่วไปทั้งอาเซียนโบราณ แต่บางอย่างอาจมีเหมือนกันทั้งโลกก็ได้ เช่น ชกมวย

          ถือเป็นการละเล่นในพิธีกรรมเพื่อขอความอุดมสมบูรณ์ให้ชุมชนดั้งเดิม จึงต้องมีในพิธีเลี้ยงผีประจำปี

          เมื่อบ้านเมืองเติบโตเป็นราชอาณาจักร พระเจ้าแผ่นดินก็ให้มีการละเล่นนี้ด้วย อยู่ในพระราชพิธีเดือนห้า (ทางจันทรคติ) ตรงกับพราหมณ์ทำพิธีสงกรานต์ (ราวเมษายน) ดังพบรายชื่ออยู่ในกฎมณเฑียรบาล เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ราษฎรและแสดงบุญญาธิการของพระเจ้าแผ่นดิน

          ถ้าไม่มีหรือไม่ทำ แล้วเกิดอาเพศฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล พระเจ้าแผ่นดินจะถูกสาปแช่งจากราษฎร

          การละเล่นเหล่านี้บางอย่างยังทำสืบเนื่องมาจนปัจจุบัน เช่น แข่งเกวียน, ชนคน, โยนลูกช่วง

          แต่บางอย่างก้าวหน้าเป็นธุรกิจพนัน เช่น ชนวัว, ชนควาย, ตีไก่, ชกมวย

 

สงกรานต์ ของกระทรวงวัฒนธรรม

          กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) รณรงค์ให้ร่วมเล่นสงกรานต์อย่างสุภาพ เป็นเรื่องดี และควรทำอย่างทันสมัยดีกว่านี้

          แต่ไม่ควรย้ำว่าสงกรานต์เป็นปีใหม่ไทย เพราะไม่จริง ถึงแม้จะไม่ระบุว่าปีใหม่ไทยก็ไม่เสียหายถึงสงกรานต์ มีพยานดังนี้

          “ประเพณีสงกรานต์ เป็นประเพณีที่สำคัญ โดยถือเป็นวันปีใหม่ของไทย ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี”

          (ข้อความนี้คัดจากโฆษณาล้อมกรอบของกระทรวงวัฒนธรรม ที่พิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันช่วงต้นเดือนเมษายน ก่อนสงกรานต์)

          สงกรานต์ เป็นประเพณีพราหมณ์อินเดียขึ้นศักราชใหม่ช่วงสิ้นราศีมีน เข้าสู่ราศีเมษ แพร่หลายสู่ราชสำนักรัฐโบราณทุกแห่งในอาเซียน ราว 1,500 ปีมาแล้ว ยังมีร่องรอยตกค้างอยู่ในบางประเทศ

          แล้วต่างถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของประเทศนั้นๆด้วยความเข้าใจคลาดเคลื่อนเหมือนกันหมด ไม่เฉพาะไทย

          ซึ่งควรร่วมแก้ไขให้ถูกต้องต่อไปในอนาคตของประชาคมอาเซียน