Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2557

 

งานวัด เดือนสี่ เดือนห้า หน้าแล้ง

          หน้าฝน เริ่มที่เดือนแปด (ราวกรกฎาคม) มีฝนตกปกติ พอเข้าเดือนเก้า (ราวสิงหาคม) ต่อเดือนสิบ (ราวเดือนกันยายน) ฝนตกชุก

          กระทั่งเดือนสิบเอ็ด (ราวตุลาคม) น้ำเจิ่งนองทั่วไปจนถึงหลากท่วมในบางแห่ง

          ครั้นเดือนสิบสอง (ราวพฤศจิกายน) น้ำที่เจิ่งนองท่วมนั้นทรงตัว ไม่มีเพิ่มขึ้นอีก แต่ไม่ลด จนย่างเข้าหน้าหนาว เป็นปลายฝนต้นหนาว

          ล่วงเข้าเดือนอ้าย (ราวธันวาคม เป็นขึ้นฤดูกาลใหม่ หรือปีใหม่อาเซียนและไทย ยุคดึกดำบรรพ์) ถึงเดือนยี่ (ราวมกราคม)

          สองเดือนนี้น้ำทยอยลดลงเรื่อยๆจนหมดท้องนา ชาวนาก็ทยอยเก็บเกี่ยวแล้วนวดข้าว เอาขึ้นเก็บยุ้งฉาง มีเพลงชาวบ้านพรรณนาฤดูตอนนี้ว่า

          “เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง             เดือนสิบสองน้ำทรง

          เดือนอ้ายเดือนยี่                  น้ำก็รี่ไหลลง

          เดือนสาม (ราวกุมภาพันธ์) น้ำแห้ง ถึงเดือนสี่ (ราวมีนาคม) เป็นหน้าแล้ง มีลมร้อนดินแยกแตกระแหง แดดเริงแสงแรงขึ้นเรื่อยๆ

          เดือนห้า (ราวเมษายน) ไม่มีฝนแล้ว และหนทางไปมาหาสู่สะดวก ชาวบ้านร่วมกันมีกิจกรรมที่ทำไม่ได้และไม่ได้ทำในหน้าฝน (เพราะฝนตก น้ำท่วม และต้องดูแลทำนา)

          กิจกรรมดังกล่าว เช่น เลี้ยงผี, งานศพ, งานแต่ง, งานขึ้นบ้านใหม่, งานบวช, และงานวัด, ฯลฯ

          เดือนห้ามีงานวัด พบร่องรอยเก่าอยู่ในพระราชหัตถเลขา ร.5 เสด็จไปเมืองปราจีนบุรีถึงชายดงศรีมหาโพธิ์ ทรงบอกว่า

          ถึงฤดูเดือนห้า มีงานวัดต้นโพธิ์ฯ (ปัจจุบันอยู่ที่ ต. โคกปีบ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี)

          ราษฎรพากันไปไหว้นมัสการต้นโพธิ์และพระบาทจำลอง มีตลาดนัด มีจุดดอกไม้เพลิงและจุดบั้งไฟด้วย

          วัดต้นโพธิ์ฯ ทุกวันนี้ยังมีงานวัดนมัสการต้นโพธิ์และพระบาท สืบเนื่องทุกปีไม่มีขาดตั้งแต่ยุค ร.5 จนปัจจุบัน ปีนี้ 2557 จะมีกลางเดือนห้า ระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน

          งานวัดแต่ก่อนนี้มีช่วงเวลาไล่เลี่ยกันทั่วประเทศ ตอนเดือนสี่ เดือนห้า หน้าแล้ง (บางปีตรงสงกรานต์ บางปีไม่ตรง เพราะปฏิทินต่างกัน) ซึ่งเป็นช่วงว่างทำนา แล้วยังเวียนว่ายอยู่ในเศรษฐกิจยังชีพ

          ยุคนั้นผมเป็นเด็กวัดทั้งบ้านนอกและกรุงเทพฯ ต้องมีหน้าที่ทำงานตามพระสั่งให้ทำอย่างมีความสุขและสนุกไปพร้อมกันในงานวัดทั้ง 2 วัดทุกปี เช่น เขียนป้ายโฆษณาหน้าวัด, เฝ้าเก้าอี้โรงลิเกหลังลิเกเลิกจนถึงสว่าง, ฯลฯ

          แต่หลังยุคเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ งานวัดเดือนสี่ เดือนห้า ค่อยๆปรับเปลี่ยนเลื่อนกำหนด อย่างน้อย 2 ช่วงเวลา คือ (1.) มีงานวัดช่วงตรุษจีน ราวกุมภาพันธ์ หรือใกล้เคียง (2.) มีงานวัดช่วงสงกรานต์ กลางเมษายน

          เพราะกรรมการวัดต้องการเงินทำบุญมากกว่าเดิมที่ชาวบ้านมั่งมีรายได้พิเศษในเทศกาลนี้จากนายจ้างและเจ้าสัวเถ้าแก่

          ผมเปลี่ยนเป็นต่อต้านงานวัดตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ จึงไม่ทำบุญกับงานวัดอีกนับแต่นั้นdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);