มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน 2557

 

คนรักพิพิธภัณฑ์ (สิงคโปร์?)

          คนรักพิพิธภัณฑ์ เป็นเรื่องจากปกของหนังสือสานแสงอรุณ (ฉบับที่ 102 ปีที่ 18 ลำดับที่ 1 พ.ศ. 2557) ของมูลนิธิสานแสงอรุณ

          มีบทบันทึกบรรณาธิการ เรื่องความไม่อยากรู้ มีสาระสำคัญเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ไทยที่ควรแก่การพิจารณาตนเองของผู้เกี่ยวข้อง จะขอคัดใจความสำคัญเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ มาแบ่งปันกว้างขวางออกไป (ตัวเน้นต่างๆ ผมทำขึ้นเองให้อ่านง่าย) ดังนี้

          “สารภาพตามตรงว่าดิฉันไม่ได้มีความนิยมชมชอบในการไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เท่าไรนัก

          รู้ละว่าเป็นสถานที่ที่อุดมไปด้วยประโยชน์ เป็นแหล่งความรู้ชั้นดี หากภาพจำที่ว่าพิพิธภัณฑ์คือสถานที่ ‘กักเก็บ’ หรือ ‘แช่แข็ง’ บ้านเมือง หรือท้องถิ่นนั้นๆเอาไว้ รวมถึงเป็น ‘ฉาก’ และ ‘เรื่องราว’ ที่ถูกเซ็ตไว้ตามที่ ‘เขา’ อยากให้เราเห็น ก็ทำให้รู้สึกยอมแพ้เสมอที่จะพาตัวเองไปเยี่ยมชม”

          “กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ดิฉันมีโอกาสได้ไป ‘ทัวร์พิพิธภัณฑ์’ ที่ประเทศสิงคโปร์—-ใช่ว่าเกิดมีใจเพราะใฝ่รู้ แต่เป็นความต้องการพิสูจน์ให้เห็นกับตาเสียมากกว่า เนื่องจากใครๆก็ว่า ประเทศที่มีข้อจำกัดทั้งทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างสิงคโปร์นั้นขึ้นชื่อนักหนาในการสร้างสรรค์พิพิธภัณฑ์หรือแหล่งเรียนรู้

          “บอกได้เพียงว่าเป็นการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่ ‘สนุก’ ไม่น้อยทีเดียว เช่น

          ไปดูพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนออดีต ก็ได้พบกับการสร้างบรรยากาศสุดลี้ลับราวกับว่าคนในสมัยนั้นยังหายใจรดต้นคออยู่ใกล้ๆ

          ไปดูพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยหรือสมัยใหม่ ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกแปลกแยกจนเข้าไม่ถึง แต่เต็มไปด้วยอะไรง่ายๆให้ ‘เล่น’ และทำความเข้าใจไปด้วยกันได้ ฯลฯ”

          “กลับจากการเดินทางครั้งนั้น นอกจากความรู้สึกด้านบวกต่อพิพิธภัณฑ์ที่เพิ่มพูน ดิฉันยังรู้สึกอิจฉาชาวสิงคโปร์ที่มีสถานที่ดีๆให้ได้ใช้เวลา ไม่ได้มีแต่พิพิธภัณฑ์ชวนง่วงเหงาหาวนอนอย่างในประเทศไทย

          หลายปีมาแล้วเมื่อเริ่มวางแผนงานมิวเซียมสยาม รมต.สมัยนั้นขอให้ไปดูมิวเซียมสิงคโปร์ แต่ผมไม่ไป แล้วไม่เคยออกนอกประเทศเลยตั้งแต่ก่อนนั้นจนบัดนี้ จึงไม่เคยดู ไม่เคยเห็น เหมือนข้อเขียนที่คัดมานี้ไปเห็นมา

การ์ตูนล้อพิพิธภัณฑ์ไทย อยู่ในหนังสือสานแสงอรุณ ฉบับคนรักพิพิธภัณฑ์

          พิพิธภัณฑ์มีมากหลากหลายชนิดในโลก แต่จะจัดแสดงดีหรือไม่ดี? น่าดูหรือไม่น่าดู? สนุกหรือไม่สนุก? ฯลฯ ขึ้นอยู่กับวิธีคิดและวิธีทำของสังคมและคนพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดง ว่าก้าวหน้าหรือไม่ก้าวหน้า? เพื่อคนส่วนมาก หรือเฉพาะคนชั้นสูง? โดยไม่เกี่ยวกับความเป็นมาและขนาดพื้นที่ของประเทศที่มีต่างกัน เช่น สิงคโปร์กับไทย

          พิพิธภัณฑ์ของทางการไทย มีประเภทเดียว คือประวัติศาสตร์ศิลปะกระแสหลักแบบอาณานิคม แต่อ้างว่าเป็นประวัติศาสตร์ไทย(แบบราชาชาตินิยม)

          ส่วนพิพิธภัณฑ์ในสากลโลก มีหลากหลาย แต่เน้นประวัติศาสตร์สังคมและเศรษฐกิจการเมือง จนถึงธรรมชาติวิทยา ที่หลุดพ้นจากอาณานิคม และไม่ราชาชาตินิยม

          แต่ถ้ามีใครชื่นชมพิพิธภัณฑ์สิงคโปร์ว่าดี สนุก แล้วแนะนำไทยน่าจะทำดีๆอย่างสิงคโปร์

          คนพิพิธภัณฑ์ทางการไทย(มาจากเบ้าหลอมเดียวกัน)จะมีทัศนะข้างๆคูๆเป็นเสียงเดียวกัน ว่าสิงคโปร์ทำได้เพราะเป็นเกาะเล็กๆ และไม่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเหมือนไทย

          เท่ากับไม่พิจารณาตนเอง เข้ากันได้ดียิ่งกับคำโบราณว่ารำไม่ดี โทษปี่โทษกลอง