มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 8 เมษายน 2557

 

เรือโบราณ กับ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

          อ. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ รับปริญญาเอกทางประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล (ในสหรัฐฯ) ด้วยวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับกำเนิดกรุงศรีอยุธยา ที่ได้รับยกย่องดีเด่นจนสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด พิมพ์เผยแพร่ครั้งแรก 1976 (2519)

(มติชน ฉบับวันพุธที่ 2 เมษายน 2557 หน้า 4)

          หลังจากนั้นมีกิจกรรมวิชาการอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องยาวนานมาก แต่ที่สำคัญคือ

          พ.ศ. 2521 คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดสัมมนาวิชาการที่หอประชุมมหาวิทยาลัยศิลปากร เรื่องวิเคราะห์เรือโบราณที่ค้นพบในอ่าวไทย

          โดยเชิญ อ. ชาญวิทย์ อภิปรายวิชาการอย่างน้อย 2 หัวข้อ ร่วมกับอาจารย์ท่านอื่นๆ แล้วยังเชิญให้เป็นผู้กล่าวสรุปในวันสุดท้ายด้วย เกี่ยวกับสังคโลกในเรือโบราณที่ล่มในอ่าวไทย (เรือโบราณเหล่านี้ เป็นงานโบราณคดีใต้น้ำยุคแรกสุดของกรมศิลปากร)

          พ.ศ. 2526 อ. ชาญวิทย์ ยังรับประสานงานหาทุนให้คณะโบราณคดี จัดพิมพ์รายงานการสัมมนาฯ (เมื่อ พ.ศ. 2521) แล้วรับเป็นบรรณาธิการจนสำเร็จเสร็จสมบูรณ์

          ถ้านับช่วงเวลาตั้งแต่นั้นจนบัดนี้ อ. ชาญวิทย์ก็ทำงานวิชาการอย่างต่อเนื่องมาแล้วมากกว่า 35 ปี เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ SEA โดยเฉพาะเรื่องเรือโบราณที่จมในอ่าวไทย

          เหตุนี้เอง เมื่อมีข่าวพบเรือโบราณย่านใกล้คลองโคกขาม พันท้ายนรสิงห์ ที่ จ. สมุทรสาคร อ. ชาญวิทย์ จึงกระตือรือร้นที่จะแบ่งปันเผยแพร่และกระตุ้นให้มีความเคลื่อนไหวทางวิชาการตามกมลสันดานสากลโลก ที่ตนมีและทำมาตลอดจนเป็นที่รับรู้กว้างขวางทั้งในหมู่นักวิชาการไทยและนานาชาติ

          โดยเชิญนักโบราณคดีผู้ใหญ่ของกรมศิลปากร ซึ่งเป็นผู้ควบคุมโบราณคดีใต้น้ำและดูแลการขุดค้นเรือโบราณสมุทรสาครโดยตรง ไปเสวนาวิชาความรู้เบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการร่วมกับนักวิชาการและนักค้นคว้าท่านอื่นๆในชั้นเรียนวงแคบๆ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

          อีกแง่หนึ่งเท่ากับสนับสนุนอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูต่องานวิชาการโบราณคดีของกรมศิลปากร (ที่สังคมไทยไม่สนใจมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว) โดยกรมฯไม่ต้องร้องขอ แล้วไม่ต้องจ่ายงบฯลงทุนแม้แต่สตางค์เดียว

          วิธีคิดและวิธีทำงานวิชาการอย่างง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แล้วมีประสิทธิภาพในการสื่อสารกับสาธารณะอย่างนี้ เป็นสิ่งที่สถาบันวิชาการทั่วโลกปรารถนา จึงพากันยกย่องสรรเสริญ อ. ชาญวิทย์ มีประจักษ์พยานชัดเจนดังที่สถาบันวิชาการทั่วโลกเชิดชูเกียรติอย่างต่อเนื่อง

          กรณีกิจกรรมแบ่งปันเผยแพร่วิชาการเรือโบราณในอ่าวไทย กรมศิลปากรควรยกย่อง อ. ชาญวิทย์ แล้วเชื้อเชิญเป็นนักปราชญ์กิตติมศักดิ์ประจำกรมศิลปากร เพื่อผลักดันงานแบ่งปันความรู้สู่สากลโลก

          ซึ่งเท่ากับแก้ไขสิ่งที่ผู้ปฏิบัติงานกรมศิลปากร เคยทำวิปริตผิดพลาดเป็นเด็กเกเรที่ขาดความร่มเย็นมาก่อน ให้รู้จักโตเป็นผู้ใหญ่ แล้วคืนสำนึกกลับเข้าร่องเข้ารอยวิชาการของโลกสากล} else {