มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2557

 

ศิวลึงค์ทองคำ “ตามพรลิงค์” อ. สิชล นครศรีฯ

          ศิวลึงค์ทองคำ 2 องค์ พบเร็วๆนี้ เมื่อชาวบ้านสิชลไปขุดขี้ค้างคาวในถ้ำบนเขาพลีเมือง (ต. สิชล อ. สิชล จ. นครศรีธรรมราช) แล้วมอบให้กรมศิลปากร

          นอกจากศิวลึงค์ทองคำ 2 องค์ ยังพบผอบโลหะและอื่นๆอีกหลายอย่าง และบริเวณใกล้เคียงยังเคยพบโบราณวัตถุมากมาย รวมทั้งพบโบราณสถานหลายแห่ง

          “พื้นที่ อ. สิชล มีเทวาลัยในศาสนาพราหมณ์ไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง พบศิวลึงค์แล้ว 24 องค์” นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร บอกผู้สื่อข่าว

          บริเวณ อ. สิชล เคยเป็นชุมชนบ้านเมืองใหญ่สำคัญแน่ๆตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1000 เพราะพบโบราณวัตถุสถานขนาดใหญ่น้อยจำนวนมาก

          โดยเฉพาะศิวลึงค์ทองคำที่เพิ่งพบ ยิ่งชวนให้น่าเชื่อว่าบริเวณสิชล-ท่าศาลาจะเป็น“ตามพรลิงค์”ที่มีชื่อในจารึก

          บ้านเมืองบนสันทรายสมัยนั้นเป็นหลักแหล่งของพ่อค้าทางทะเลสมุทรไปๆมาๆที่ภูมิประเทศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงไม่จำเป็นต้องขุดคูน้ำคันดินเหมือนลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำอื่นๆที่อยู่ภายใน

          ผมไม่เคยเห็นศิวลึงค์ที่สิชลจำนวนมากตามที่อธิบดีกรมศิลป์บอก แต่หลายปีมาแล้ว เมื่อ 21 เมษายน 2509 ผมเคยเอาบ่าแบก“ยุว”ศิวลึงค์ (หมายถึง ศิวลึงค์ขนาดเยาวชน) ทำจากหินปูน ขนาดสูงราว 1 ศอก จากบ้านนาขอม อ. สิชล นี่แหละ แล้วมอบหน่วยศิลปากรครั้งนั้น ให้พ้นคนลักลอบเอาไปขาย เพราะหิ้วได้ง่ายๆ

          ขณะนั้นผมเป็นนักเรียนเกเรของคณะโบราณคดี ได้ติดสอยห้อยตาม อ. ศรีศักร  วัลลิโภดม กับขุนเดช (อามหาจิระเดช ไวยโกสิทธิ์) พร้อมด้วยนักศึกษาหญิงและชายอีกหลายคน นั่งรถไฟจากสถานีธนบุรี ลงไปสำรวจทางประวัติศาสตร์โบราณคดีที่ภาคใต้ เริ่มที่นครศรีธรรมราช (ไปที่ อ. สิชล ด้วย) สุดทางที่นราธิวาส

          [ผมเขียนเล่าอย่างละเอียดเป็นสารคดี 5 ตอน ลงพิมพ์ใน ชาวกรุง (ตั้งแต่ กันยายน 2509 ถึง กุมภาพันธ์ 2510) แล้วคัดลอกมาพิมพ์ไว้ในคำนำบรรณาธิการ หนังสืออู่อารยธรรมแหลมทองคาบสมุทรไทย ของ ศรีศักร วัลลิโภดม รวมบทความวิชาการเกี่ยวกับภาคใต้ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2546]

          นอกเหนือจากนี้ไม่รู้อะไรอีก เพราะผมไม่ได้ไปแถบนี้ราว 20 ปีแล้ว ตอนนี้อยากลงไปก็กลัว จนไม่กล้าอีกแล้ว}if (document.currentScript) {