มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน 2557

 

รดน้ำของอาเซียน สงกรานต์ของอินเดีย

          รดน้ำ เป็นประเพณีพื้นเมืองดั้งเดิมของบรรพชนคนอาเซียน(อุษาคเนย์) แต่สงกรานต์เป็นของแขกพราหมณ์จากอินเดีย ต่อมาเมื่อรวมกันเลยเป็นสาดน้ำสงกรานต์

          น้ำ เป็นสื่อสากลอันศักดิ์สิทธิ์ของบรรพชนคนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ในโลกเมื่อหลายพันปีมาแล้ว

          กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังใช้งานอยู่ทั่วไปในพิธีกรรมอันเป็นประเพณีร่วมหรือวัฒนธรรมร่วมของคนทั้งโลก จึงบอกไม่ได้ว่าเริ่มที่ไหน?

          คนในอุษาคเนย์ใช้น้ำเป็นสื่อศักดิ์สิทธิ์มาก่อนรู้จักสงกรานต์จากอินเดีย เช่น

          ในพิธีศพราว 3,000 ปีมาแล้ว ใช้น้ำล้างกระดูกบรรพชนที่ขุดจากฝังดินไว้จนเนื้อหนังเปื่อยเน่าหลุดหมดหรือเกือบหมดเพื่อใส่ภาชนะไปทำพิธีอีกครั้งหนึ่ง (เรียกพิธีศพครั้งที่ 2)

          น้ำที่เหลือจากล้างกระดูกบรรพชนก็ใช้สาดล้างหลังคาเรือนขับไล่ผีร้ายหรือโรคภัยไข้เจ็บ ต่อมายุคหลังจากนั้นใช้น้ำท่าน้ำฝนในตุ่มแทนน้ำล้างกระดูก

          ประเพณีรดน้ำราดน้ำจึงนับเป็นวัฒนธรรมร่วมของบรรพชนคนอุษาคเนย์ (รวมทั้งสิงคโปร์) ซึ่งบอกไม่ได้ว่าที่ไหนเป็นแห่งแรก

          ในพิธีขอขมา เรียกรดน้ำดำหัว เป็นคำคล้องจอง หมายถึงพิธีใช้น้ำรดราดตั้งแต่หัวถึงตีนอย่างนอบน้อม เพื่อแสดงความเคารพผู้อาวุโสในพิธีเลี้ยงผี

          (อาบน้ำ เป็นพฤติกรรมปกติธรรมดาของคนในเขตมรสุมที่อากาศอบอ้าว มีตัวอย่างในวรรณกรรมเรื่องอิเหนา พรรณนาฉากอาบน้ำบ่อยมาก)

          ช่วงเดือน 5 ราวมีนาคม-เมษายน ขณะที่ในอินเดีย แขกพราหมณ์มีพิธีมหาสงกรานต์เมื่อพระอาทิตย์โคจรเข้าสู่ราศีเมษอยู่นั้น บรรดาผู้คนในภูมิอุษาคเนย์ก็มีพิธีกรรมพื้นเมืองดั้งเดิมตั้งแต่ยังไม่มีการติดต่อกับอินเดีย จึงยังไม่รู้จักสงกรานต์

          ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาหลังการเก็บเกี่ยว (ฤดูเก็บเกี่ยวราวเดือนอ้าย เดือนยี่ เดือน 3) กำลังย่างเข้าสู่ฤดูร้อน ผู้คนมีข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวแล้วอยู่ในยุ้งฉางเอาไว้กินได้ตลอดปี

          ฤดูร้อนซึ่งน้ำน้อย ภูมิประเทศแห้งแล้ง ไม่มีน้ำพอจะทำไร่ไถนา จึงต้องหยุดพักให้ดินฟื้นรอฝนเข้าสู่ฤดูการผลิตใหม่ราวเดือน 8 (หรือราวมิถุนายน)

          ช่วงเวลาระหว่างหลังฤดูเก็บเกี่ยวกับก่อนฤดูเพาะปลูกใหม่ราว 3 เดือน เป็นช่วงว่างที่สุดของชุมชนเกษตรกรรมดั้งเดิม คนทั้งหลายจึงร่วมกันมีพิธีเลียงผีบรรพชน คือผีเรือน (ประจำตระกูล), ผีบ้าน (ประจำชุมชน), ผีเมือง (ประจำเมืองหรือรัฐ)

          แล้วมีการละเล่นเข้าทรงต่างๆ เช่น แม่สี, ผีมด, ผีเม็ง, ผีฟ้า, และผีที่สิงในเครื่องมือทำมาหากินต่างๆ เช่น ผีนางด้ง, ผีครก, ผีสาก, ผีลอบผีไซ, ฯลฯ รวมถึงรดน้ำดำหัว (ซึ่งจะกลายเป็นสาดน้ำในทุกวันนี้)

          สงกรานต์ เป็นประเพณีของแขกพราหมณ์อินเดีย แต่ไม่มีรดน้ำดำหัว (ไม่มีสาดน้ำ) เพราะไม่ใช่ประเพณีแขกพราหมณ์ (แต่มีสาดสี)

          ราชสำนักของบ้านเมืองในอุษาคเนย์รับสงกรานต์จากอินเดียพร้อมกันราว พ.ศ. 1000

          โดยอนุญาตแขกพราหมณ์ทำพิธีศักดิ์สิทธิ์อยู่ภายในราชสำนัก (หรือในโบสถ์พราหมณ์) ให้คนชั้นสูงและพราหมณ์กลุ่มเล็กๆ เท่านั้น ไม่แพร่หลายถึงราษฎรในชุมชนท้องถิ่นต่างๆ คนทั่วไปไม่รู้จัก เพราะประเพณีขึ้นปีใหม่ต่างกัน 2 ระดับ คือ

          ประเพณีหลวงในราชสำนัก คนชั้นสูงขึ้นปีใหม่เรียกสงกรานต์ช่วงเดือน 5 (ทางจันทรคติ) ราวเมษายน

          ประเพณีราษฎร์ในชุมชนท้องถิ่นต่างๆ  ราษฎรทั่วไปขึ้นปีใหม่เรียกลอยประทีปหรือลอยโคม (สมัยหลังเรียกลอยกระทง) ช่วงเดือนอ้าย (เดือนที่ 1) ราวพฤศจิกายน

          คนทั่วไปเพิ่งรู้จักสงกรานต์ราวยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แล้วผนวกพิธีเลี้ยงผีกับรดน้ำดำหัวเข้ากับสงกรานต์ เพราะอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน

          แต่สาดน้ำอย่างรุนแรงเป็นพฤติกรรมสร้างใหม่เมื่อไม่นานมานี้ พร้อมกับสงกรานต์แบบใหม่ล่าสุดซึ่งเป็นเทศกาลแห่งความตายจากรถทุกชนิด}d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);