มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 2  เมษายน 2557

 

มหาประเทศ มหาอาณาจักรไทย คนไม่เท่ากัน

          มวลมหาประชาชนต้องอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ของ คริส เบเคอร์ และ ผาสุก พงษ์ไพจิตร เรื่อง มหาประเทศ มหาอาณาจักรไทย (หน้า 205-207) จะขอคัดอย่างรวบรัดมาให้อ่านดังนี้

          หลังการปฏิวัติ พ.ศ. 2475 ไม่นานนัก ฝ่ายทหารในคณะราษฎรวางแผนเรียกร้องดินแดนที่เสียไปคืนจากมหาอำนาจเจ้าอาณานิคมตะวันตก

          พ.ศ. 2478-2479 กระทรวงกลาโหมพิมพ์ชุดแผนที่แสดงให้เห็นเรื่องราวการอพยพมาของชาวไตหรือไท ที่ขุนวิจิตรมาตราเขียนเล่าไว้ในหนังสือหลักไทย เป็นแผนที่บอกให้เห็นเขตชายแดนอาณาจักรไทยในจินตนาการจากสมัยน่านเจ้ามาจนถึงสมัยกรุงเทพฯ

          แผนที่ฉบับหนึ่งแสดงอาณาจักรสยามที่สมบูรณ์ ประกอบด้วยบริเวณเจ็ดอาณาเขตซึ่งสูญเสียไปให้กับพม่าและมหาอำนาจเจ้าอาณานิคม

          ภายหลังจากที่ฮิตเลอร์เข้ายึดครองออสเตรีย (พ.ศ. 2481) นักวิชาการสายทหารรายหนึ่ง อ้างว่าพม่า เวียดนาม เขมร และมาเลเซีย ล้วนมาจากเชื้อชาติไทยด้วยกันทั้งสิ้น และด้วยเหตุฉะนี้จึงควรมารวมกับสยาม

          พ.ศ. 2482 สำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรพทิศ นำแผนที่ฉบับหนึ่งมามอบให้กับหลวงวิจิตรฯ ซึ่งแสดงให้เห็นอาณาบริเวณที่ผู้คนพูด “ภาษาไท” กระจายไปทั่วบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตอนใต้ของจีน

          หลวงวิจิตรฯ ตื่นเต้นมาก และกล่าวในการ “ปาฐกถาเรื่องการเสียดินแดนไทยให้แก่ฝรั่งเศส” (17 ตุลาคม พ.ศ. 2482) ว่า “ถ้าหากเราได้ดินแดนที่เสียไปนั้นคืนมา เรามีหวังที่จะเป็นมหาประเทศ” จึงเริ่มรณรงค์เรียกร้องดินแดนที่เสียไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางส่วนของเขมรและลาว

          แล้วต่อยอดเจดีย์พระธาตุพนมอันเป็นศูนย์กลางของสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับโลกของชาวลาวขึ้นไปอีก 30 เมตร เพื่อให้สูงเด่นเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนยิ่งขึ้นแก่ชาวลาวภายใต้การครอบครองของฝรั่งเศสที่อยู่อีกฟากฝั่งของแม่น้ำโขง

          รัฐบาลแจกจ่ายแผนที่แสดง “ดินแดนที่เสียไป” ยังโรงเรียนต่างๆ รายการวิทยุของทหารพูดถึงการสร้าง “มหาอาณาจักรไทย” เลียนแบบฮิตเลอร์

          บทความในหน้าหนังสือพิมพ์และการเดินขบวนที่ท้องถนนเพื่อเรียกร้องดินแดนที่เสียไป แล้วสร้างมหาประเทศ มหาอาณาจักรไทย ช่วยทำให้แนวคิดนี้เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง

          คริส กับ ผาสุก ในหนังสือประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย บอกถึงความคิดคนชั้นนำไทย อย่างหลวงวิจิตรวาทการ ว่าคนไม่เท่ากัน ดังนี้

          หลวงวิจิตรฯ ไม่ค่อยได้สนใจมวลชนเท่าไรนัก เขาเชื่อว่าพวกเขาจนเพราะเกียจคร้านเกินไปที่จะ “มนุสสปฏิวัติ” เขาเสนอว่ารัฐธรรมนูญการันตีความเป็นธรรมในสังคมโดยไม่ต้องให้มวลชนมีส่วนร่วม รัฐซึ่งมวลชนมีการศึกษาสูงจึงจะเป็นประชาธิปไตย พรรคการเมือง “เปรียบเหมือนมันสมองของชาติ” เขาอ้างถึงอริสโตเติลเมื่อกล่าวว่า “ตั้งแต่เวลาที่เกิดมาบางคนมีเครื่องหมายติดตัวมาสำหรับเป็นคนอยู่ใต้บังคับบัญชา และบางคนสำหรับจะบังคับคนอื่น” (หน้า 202)

          ด้วยเหตุดังนี้ มวลมหาประชาชน คนไม่เท่ากัน ยิ่งต้องอ่านเรื่องราวของมหาประเทศ มหาอาณาจักรไทย ในเล่มนี้ ว่าไทยในอดีตเคยผิดพลาดอะไรมาแล้วบ้าง? ยังไง?