มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 1 เมษายน 2557

 

ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย

          “รัฐชาติไทยที่เรารู้จักในปัจจุบัน ก่อตัวขึ้นเมื่อในช่วง 200 กว่าปีมานี้ ชื่อประเทศ เขตแดน เมืองหลวง ความเป็น ‘ไทย’ ในฐานะเป็นชาติหนึ่ง และรูปแบบของรัฐบาล ล้วนเป็นสิ่งใหม่ทั้งสิ้น เพิ่งคิดประดิษฐ์ขึ้นมาในช่วงเวลาดังกล่าว ชื่อ ‘ประเทศไทย’ ก็ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2482 นี้เอง แม้ว่าจะได้ใช้ชื่อ ‘เมืองไทย’ มานานกว่านี้แล้ว”

          ที่ยกมานี้เป็นข้อความย่อหน้าแรกสุดของหนังสือ ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย โดย คริส เบเคอร์ และ ผาสุก พงษ์ไพจิตร มีประเด็นสำคัญมากคือข้อความว่า

          “ความเป็น ‘ไทย’ ในฐานะเป็นชาติหนึ่ง——ล้วนเป็นสิ่งใหม่ทั้งสิ้น” เพิ่งคิดประดิษฐ์ขึ้นมาในช่วง 200 กว่าปีมานี้เท่านั้น

          ไม่ใช่ 700 ปี, 800 ปี, หรือพันๆปี อย่างที่ทางการไทย(โดยเฉพาะในเครื่องแบบ)ใช้ครอบงำป่าวร้องก้องโลกมานาน

          หนังสือเล่มนี้ไม่มีแหล่งกำเนิดคนไทยจากเทือกเขาอัลไต, ไม่มีคนไทยถูกรุกรานจากจีนจนต้องอพยพถอนรากถอนโคนลงทางใต้, ไม่มีอาณาจักรน่านเจ้าเป็นของคนไทย,

          ไม่มีเรื่องคนไทยปลดแอกจากเป็นข้าขอม, และไม่มีสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย, ฯลฯ

          มีแต่ความเป็นมาของดินแดนและผู้คนอันหลากหลายชาติพันธุ์ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นแนวทางสากลก้าวหน้าที่สุด แต่การศึกษาไทยไม่คุ้น เพราะถูกครอบงำจากสิ่งพิกลพิการมานับศตวรรษ

          คริสและผาสุก บอกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัยว่า ราว พ.ศ. 2050 ชาวโปรตุเกสได้รับการบอกเล่าว่าที่ราบลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างคือ “เมืองไทย” (หน้า 30)

          หลังบันทึกของชาวโปรตุเกสราว 200 ปี ชาวฝรั่งเศสก็ได้รับการบอกเล่าอีกว่า คนในเมืองไทยเรียกตัวเองว่า “คนไทย” และเป็น“ไทยน้อย” (หมายถึงลาวลุ่มน้ำโขง)

          ถ้าจริงตามนี้แสดงว่าความเป็นคนไทยและเมืองไทย มีขึ้นบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ราว 500 ปีมานี้เอง ไม่ได้มีตั้งแต่อยู่เทือกเขาอัลไตตามตำราแห่งชาติที่นั่งเทียนยกเมฆ

          บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีขอบเขตพื้นที่เหนือสุดราว จ. อุตรดิตถ์ (พ้นขึ้นไปไม่ไทย แต่เป็นลาว) ใต้สุดราว จ. เพชรบุรี (ต่ำลงไปไม่ไทย แต่เป็นชาวนอกชาวเทศ)

          มีผู้บอกผมว่าหลายคนไม่พอใจคำอธิบายอย่างนี้ แล้วมีปฏิกิริยาด่าทอต่อต้านมากทางสื่อสาธารณะ แต่ผมไม่เห็น และไม่ได้อ่าน เพราะใช้งานเฟซบุ๊กไม่เป็น ไม่เคยใช้

          ถ้าจริงตามที่มีผู้บอกเล่ามา ก็ขอแนะนำให้ท่านที่ไม่พอใจหาอ่านพยานหลักฐานและคำอธิบายอีกในหนังสือประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัยของคริสกับผาสุกเล่มนี้ และเล่มอื่นๆ

          คนส่วนมากถูกครอบงำด้วยประวัติศาสตร์แห่งชาติ ว่าด้วยชนชาติไทย ที่มีแต่เรื่องราวของราชวงศ์และสงคราม

          จึงไม่รู้ว่ากว่าจะเป็นคนไทยและประเทศไทย มีอย่างอื่นอีกมากนักที่สำคัญกว่า หรือสำคัญพอๆกัน}