Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 10 มีนาคม 2557

 

ความเป็นไทยของวัยรุ่นสาว เสี่ยงท้องวัยใส

          “กลุ่มวัยรุ่นที่เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ที่สุดคือเด็กเรียน เพราะเด็กเหล่านี้ยังสดใสไม่รู้ทางหนีทีไล่ จึงถูกหลอกง่ายกว่าเด็กที่หนีโรงเรียน”

          ศ. ดร. ศิริพร จิรวัฒน์กุล นักวิชาการอิสระ บอกในที่ประชุม แล้วกล่าวว่ามีรายงานการวิจัยเกี่ยวกับแม่วัยใส พบว่าการที่ลูกพักอาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน เสี่ยงตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมากกว่าอยู่ตามหอพัก (มติชนรายวัน ฉบับวันพุธที่ 5 มีนาคม 2557 หน้า 12)

          ถ้าจริงตามข่าวยกมานี้ ความเป็นไทยตามสุภาษิตสอนหญิงในวรรณกรรมไทย ที่ใช้สอนตามโรงเรียน น่าจะต้องทบทวน เพราะครอบงำให้คนเซื่องๆ ไม่ทันโลกและชีวิตจริงที่เปลี่ยนจากแต่ก่อนไปมากแล้ว

          ข่าวที่คัดมาข้างบนนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่โรงแรมปริ๊นส์ตั้น ถนนมิตรไมตรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการซักซ้อมแนวทางการดำเนินงานพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิต เพื่อลดปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมในเด็กและเยาวชน เพราะการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เป็นปัญหาสำคัญทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ทั้งยังพบสถิติที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อายุของเด็กและเยาวชนที่ตั้งครรภ์กลับลดลง ทำให้เด็กเหล่านี้ขาดวุฒิภาวะในการจัดการปัญหาชีวิต

 

อาจารย์มหา’ลัยไทย อาการน่าเป็นห่วง

          อาจารย์ในมหาวิทยาลัยไทย มีอาการน่าเป็นห่วง ดังรายงานข่าวในหนังสือพิมพ์ จะคัดมาโดยสรุปต่อไปนี้

          จุดอ่อนที่ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนและนักศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศอยู่ในเกณฑ์ต่ำ คือปัญหาคุณภาพครู อาจารย์ ที่ส่วนใหญ่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ทั้งที่ระดับอุดมศึกษาควรใช้อาจารย์ผู้สอนที่มีวุฒิการศึกษาสูงกว่านี้ เพราะคุณภาพอาจารย์สะท้อนถึงคุณภาพบัณฑิต

          “ไม่ควรรับคนจบปริญญาตรีเข้ามาเป็นอาจารย์แล้ว ยกเว้นวิชาใหม่ซึ่งยังไม่มีการผลิต เช่น แพทย์แผนไทย หรือแพทย์เฉพาะทาง แต่หากสถาบันใดยังมีอาจารย์วุฒิปริญญาตรีอยู่ ต้องไปเร่งพัฒนาส่งเสริมอาจารย์ให้ได้วุฒิสูงขึ้น

          การเรียนการสอนต้องทำควบคู่ไปกับการทำวิจัย ไม่ใช่นั่งสอนอย่างเดียวเหมือนครูมัธยม โดยจะต้องมีเวลาเหลือสำหรับทำวิจัยด้วย”

          นายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยต่อสื่อมวลชน (มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2557 หน้า 7)

          อาจารย์ปริญญาโท ในมหาวิทยาลัยไทย

          นายนิวัต กลิ่นงาม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เพชรบุรี ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) ชี้แจงว่ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่อาจารย์จะมีวุฒิปริญญาโทและเอก ขณะนี้ไม่รับวุฒิปริญญาตรีเข้ามาเป็นอาจารย์แล้ว ยกเว้นสาขาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น ด้านดนตรี เป็นต้น สำหรับวุฒิปริญญาตรีที่มีอยู่ในขณะนี้ จะเป็นอาจารย์เก่า แต่มีประสบการณ์สูง มีตำแหน่งทางวิชาการระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) รองศาสตราจารย์ (รศ.) เป็นต้น (มติชนรายวัน  ฉบับวันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557 หน้า 7)

          โท ก็เหมือนตรี ไม่มีต่าง

          อาจารย์มหาวิทยาลัยหลายกลุ่ม กับคนเรียนโทหลายพวก บอกตรงกัน ว่าการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีกับโท ไม่มีอะไรต่างกันอย่างเห็นชัดๆ โดยเฉพาะสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เช่น ประวัติศาสตร์โบราณคดี, ภาษาวรรณคดี, ฯลฯ

          แม้อาจารย์มหาวิทยาลัยจะมีงานวิจัย แต่เป็นงานวิจัยโหลๆ ที่ทำซ้ำกันไปซ้ำกันมา ลอกกันไปลอกกันมา แค่เปลี่ยนชื่อหัวข้อวิจัยให้ต่างกันแค่นั้น มีอยู่กองพะเนินเทินทึกเหมือนขยะกระดาษ

          ผมไม่มีประสบการณ์ทางการเรียนเกินระดับตรี จบแค่นี้ก็บุญโขแล้ว จึงไม่รู้งานวิจัย แต่ถ้าจริงตามที่พูดกันสนั่นไป วุฒิปริญญาโทและตำแหน่งทางวิชาการที่ยกมาก็ไม่เป็นหลักประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัยไทยdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);