มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 4 มีนาคม 2557

 

การเมืองแบบคนไม่เท่ากันของพระสงฆ์

          พระสงฆ์อยากมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่ไม่สนใจเลือกตั้ง เท่ากับการเมืองแบบคนไม่เท่ากัน วิจักขณ์ พานิช เขียนไว้ในบทความชื่อ (อภิ) สิทธิของพระ ไว้ตอนหนึ่งว่า

          “การที่พระอยากมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่กลับมองไม่เห็นความจำเป็นของการมีสิทธิเลือกตั้งนั้นแสดงถึงอะไร

          ผมว่ามันก็สะท้อนถึงความเป็นการเมืองที่อยู่เหนือการเมือง การเมืองแบบพระ การเมืองของผู้มีบุญญาบารมี การเมืองแบบสมบูรณาญาสิทธิ การเมืองแบบคนไม่เท่ากัน การเมืองนอกกติกาประชาธิปไตย และการเมืองแบบไม่เคารพสิทธินั่นแหละครับ

          หากสิทธิในการเลือกตั้งจะทำให้พระมีความเท่ากันทางการเมืองเหมือนกับคนอื่น พระก็ขอเลือกที่จะเล่นการเมืองอยู่ข้างหลังฉากดีกว่า เพราะหากหนึ่งคนมีแค่หนึ่งสิทธิ สถานะยกเว้นของ ‘ความไม่มีสิทธิ’ ก็น่าจะเป็นอภิสิทธิที่ทรงพลังยิ่งกว่า

          หากพระกลายสถานะเป็นสามัญชนคนธรรมดาในทางการเมืองคงจะดีนะครับ เป็นพระที่มีหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงเท่ากับชาวบ้าน สำนึกประชาธิปไตยน่าจะได้รับการปลูกฝังไปพร้อมกับศาสนธรรมที่เคารพ ประสบการณ์โลกๆด้วย”

          (ที่มา : มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 หน้า 6)

 

แบ่งปันความรู้สู่สาธารณะ

          “แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง” ขรรค์ชัย บุนปาน เป็นผู้ผูกคำคล้องจองนี้เมื่อนานแล้ว เพื่อเชิญชวนผู้มีพลังด้านต่างๆทำกิจกรรมประจำปีร่วมกับเครือมติชน แล้วทำติดต่อกันหลายปีมาแล้วโดยไม่หยุด เพราะยังทำต่อไปอีก

          ปีที่แล้ว เอนก สีหามาตย์ เข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร เห็นพ้องต้องกันกับแนวทางแบ่งปันความรู้ จึงมอบนโยบายให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศทยอยมีกิจกรรมเพื่อชุมชน และเพื่อสาธารณชน

          คุณขรรค์ชัย สนับสนุนเป็นพิเศษต่องานกรมศิลปากรเสมอมาช้านาน จึงเปิดพื้นที่ในมติชนและข่าวสด ลง AD โฆษณาประชาสัมพันธ์กิจกรรมแบ่งปันความรู้ของกรมศิลปากรทุกครั้ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอะไรเลย (แม้กระทั่งค่าเสียเวลาออกแบบให้ก็ไม่คิด) รวมถึงครั้งล่าสุดเรื่องขอมอยู่ไหน ไทยอยู่นั่นฯ ที่โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก) ที่บางคนอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน แล้วมีมโนขึ้นเองว่ากรมศิลปากร“ป้อนกันจนปลิ้น”

          บางคนคิดว่ากิจกรรมแบ่งปันความรู้เป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อกระตุ้นให้คนทั่วไปทั้งเยาวชนและไม่เยาวชนเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หมายความว่าไม่ใช่หน้าที่ของกรมศิลปากร ซึ่งเป็นความคิดคับแคบและไม่ก้าวหน้า

          แท้จริงแล้วการแบ่งปันความรู้เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของคนทั้งสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นภาระสำคัญของสื่อทุกชนิดที่ต้องทำ ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ทั้งในระบบและนอกระบบ รวมไปถึงการศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิต

          มิวเซียมในสากลโลก หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของไทย มีหน้าที่สำคัญมาก คือ สร้างกิจกรรมแบ่งปันความรู้สู่สาธารณะอย่างง่ายๆ สบายๆ สนุกๆ อย่างต่อเนื่องตลอดปีและตลอดไป

ขอมอยู่ไหน ไทยอยู่นั่น ขอมกับไทย ไม่พรากจากกัน เอกสารแจกของกรมศิลปากร แบ่งปันความรู้สู่สาธารณะ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ บรรณาธิการ หนา 96 หน้า (ขนาด A4) ขึ้นเว็บและเฟซบุ๊ก (ไม่สงวนลิขสิทธิ์) หลายวันแล้ว เชิญหยิบฉวยใช้งานตามต้องการ

} else {