มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 3 มีนาคม 2557

 

ธุรกิจการศึกษา ในมหาวิทยาลัย

          “ถ้ามหาวิทยาลัยปิดตัวเอง สอนแต่วิชาการ และไม่พัฒนาประเทศ จะไม่มีใครมาช่วยพัฒนาประเทศ”

          นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวถึงนโยบายการจัดการอุดมศึกษาในทศวรรษใหม่ (มติชน ฉบับวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 หน้า 12)

          การปิดตัวเองของมหาวิทยาลัย มีจำนวนมากไม่มุ่งวิชาการ แต่มุ่งธุรกิจการศึกษา จึงมีคำพูดว่า มหาวิทยาลัย สถานธุรกิจการศึกษา เป็นที่รับรู้กันทั่วโลก โดยเฉพาะในไทย มีคำขวัญว่า“จ่ายครบ จบแน่” ทำให้มีข่าวล่าสุดว่า

          “ขณะนี้มีปัญหาร้องเรียนเรื่องหลักสูตรต่างๆ เข้ามายัง สกอ. จำนวนมาก โดยเฉพาะหลักสูตรระดับปริญญาเอกที่ไม่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันได้เปิดหลักสูตรเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว จากเดิมประมาณกว่า 1,000 หลักสูตร เพิ่มเป็น 3,000 หลักสูตร ซึ่งสำนักติดตามและประเมินผลจะเร่งไปติดตามตรวจสอบในทุกหลักสูตร —– เมื่อไปดูแล้วไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จะยกเลิกทันที” น.ส. อัมพา สุวรรณศรี ผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผล สกอ. กล่าว (มติชน ฉบับวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 หน้า 12)

          แต่อาจารย์บางพวกและบางมหาวิทยาลัย สำคัญตนว่ามีคุณวิเศษเวทมนตร์เหนือคนอื่น แล้วพากันกล่าวหาคนอื่น(ที่เป็นเอกชนลงทุนทำมาค้าขายด้วยทุนตัวเอง)ว่าเอาวิชาการไปทำธุรกิจการค้า เช่น ทำนิตยสารกึ่งวิชาการรายเดือน, พิมพ์พ็อคเก็ตบุ๊กวิชาการเล่มพิเศษ, ฯลฯ

          ทั้งๆตัวเองแสวงหาค้ากำไรหลอกทรัพย์นักศึกษาจากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แล้วขายวิชาการเป็นอาชีพ ทั้งระดับปริญญาตรี-โท-เอก อย่างไม่ละอาย เป็นที่รับรู้กันมานานนักหนา

 

ความเป็นไทยกับการศึกษา

          ไทยต้องปฏิรูปการศึกษาอย่างเร่งด่วน ดร. อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ประเด็นหลักๆที่ต้องทำ คือ

          1. เปลี่ยนแปลงระบบการเรียนการสอนของไทยให้เป็นรูปแบบของการเรียนหลักสูตรสองภาษา (Bilingual) เพราะเด็กต้องมีศักยภาพในการสื่อสารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

          2. คุณภาพของครูต้องมีการพัฒนาอย่างจริงจัง ครูต้องมีความพร้อม ความรู้ความสามารถในวิชาที่ตนเองสอนจริงๆ รู้จักบูรณาการองค์ความรู้ และ

          3. ต้องกระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่น ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการศึกษา จะใช้การสั่งจากศูนย์กลางแล้วให้ทุกแห่งจัดการศึกษาเหมือนกันไม่ได้ และแม้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะกระจายอำนาจไปสู่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ชุมชน แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

          “ตอนนี้การศึกษาทุกระดับแย่หมด ศธ. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการ ที่เน้นแนวคิดการศึกษานวัตกรรม กระจายอำนาจไปยังชุมชน ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการศึกษาท้องถิ่นของตัวเอง โดยไม่ต้องไปบอกว่าต้องทำอย่างไร”

          “คนไทยมีปัญญามากและหลากหลาย ปล่อยให้แต่ละแห่งแต่ละพื้นที่ได้แสดงความสามารถ คิดค้นสร้างนวัตกรรมของตัวเองในการถ่ายทอดให้แก่เด็ก เพราะเด็กทุกคนมีความสามารถในตัวเอง ครู โรงเรียน มหาวิทยาลัย ระบบการศึกษา ต้องมีกระบวนการพัฒนาความสามารถของตัวเองออกมา ไม่ใช่ครูเอาแต่สั่งหรือให้ทำตามตำรา ดร. อาทิตย์กล่าว (ที่มา : คม ชัด ลึก ฉบับวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. 2557 หน้า 11)

          การศึกษาไทย คือ การสร้างสำนึกความเป็นไทยให้เหมือนกันทั่วประเทศ

          แต่ความเป็นไทย คือ การยอมจำนนต่อความไม่เท่าเทียม ดังนั้น การศึกษาไทย หมายถึงการสร้างสำนึกให้คนไทยทั่วประเทศยอมจำนนต่อความไม่เท่าเทียมนั้น ด้วยวิธีห้ามถาม ห้ามเถียง ใครไม่ทำตามนี้ถือว่าไม่รักชาติ

          คนในชุมชนท้องถิ่น ก็ต้องยอมจำนนต่อความไม่เท่าเทียมที่ผู้บริหารโรงเรียนและครูมีต่อชาวบ้าน

          นักเรียนต้องยอมจำนนต่อสิ่งที่ครูกล่อมเกลาให้ยอมจำนน เลยไม่ถาม ไม่เถียง แล้วไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ เพราะกลัวผิด แล้วถูกครูดุ กับถูกหัวเราะเยาะ

          ระบบการศึกษาไทยจึงไม่ประสบความสำเร็จในการศึกษาภาษาอังกฤษd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);