มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557

 

          เพลงลาวแพน หมายถึง เพลงสำเนียงลาวที่ร้องขับด้นยืดยาวต่อเนื่อง เข้ากับเครื่องเป่า เช่น ปี่จุ่ม ฯลฯ (แพน แปลว่าต่อกันเป็นพืดเหมือนแพ)

          คำร้องเพลงลาวแพนมีแพร่หลายต่างกันอย่างน้อย 2 สำนวน คือ สำนวนตีเวียงจัน กับสำนวนพระลอ

 

ลาวแพนล้านช้าง

          1. สำนวนตีเวียงจัน พรรณนาความทุกข์ยากของบรรดาเชลยลาวที่ถูกกวาดต้อนจากเวียงจัน บริเวณล้านช้าง ลงมาอยู่กรุงเทพฯ คราวศึกเจ้าอนุเวียงจันสมัย ร.3 พ.ศ. 2369

          ไม่ทราบผู้แต่ง แต่เดากันว่าแต่งในกรุงเทพฯ และไม่เป็นสำนวนลาวสองฝั่งโขง เพราะฉันทลักษณ์ใกล้กลอนเพลงลุ่มน้ำเจ้าพระยา และถ้อยคำก็กลายจากลาวใกล้ไทยกรุงเทพฯ มากแล้ว ดังนี้

          มาข้อยจะกล่าว                      ถึงลาวเป่าแคน แสนเสนาะ  

          มาสอเพาะ                                เข้ากับแคน แสนขยัน

          เป็นใจความ                              ยามยาก จากเวียงจัน

          ตกมาอยู่                                  เขตขัณฑ์ อยุธยา

          อี่แม่คุณเอ๋ย                          เฮาบ่เคย จะตกยาก           

          ตกระกำ ลำบาก                       แสนยาก ก็นี่หนักหนา

          พลัดทั้งที่ดิน ถิ่นฐาน                 พลัดทั้งบ้าน เมืองมา         

          พลัดทั้งปู่ พลัดทั้งย่า                  พลัดทั้งตา ทั้งยาย

          พลัดทั้งแม่ ลูกเมีย                    พลัดทั้งเสีย ลูกเต้า            

          พลัดทั้งพงศ์ทั้งเผ่า                    ทั้งลูกเต้า ก็หนีหาย

          บักไทยมันเฆี่ยน บักไทยมันขัง     จนไหล่จนหลัง ของข้อยนี่ลาย  

          จะตาย เสียแล้วหนา                    ที่ในป่า ดงแดน

          ผ้าทอ ก็บ่มีนุ่ง                        ผ้าถุง ก็บ่มีห่ม                      

          คาดแต่เตี่ยว เกลียวกลม            หนาวลม นี่เหลือแสน

          ระเหินระหก ตกยาก                    ต้องเป็นคนกาก คนแกน       

          มีแต่แคน คันเดียว                      ก็พอได้เที่ยว ขอทานเขากิน

          ตกมาอยู่ ในเมือง                        ต้องถีบกระเดื่อง กระด้อย     

          สีซ้อม ตำต้อย                            ตะบิดตะบอย บ่ฮู้สิ้น

          ถือแต่เคียว เกี่ยวหญ้า                  เอาไปให้ม้า ของเพื่อนมันกิน 

          เที่ยวซมซาน ไปทุกบ้านทุกถิ่น       จะได้กิน ก็แต่เดน

          แสนอึด แสนจน                        เหมือนอย่างคน ตกนาฮก  

          มืดมน ฝนตก                               เที่ยวหยกๆ ถกเขมร

          ถือข้อง ส่องคบ                          จับกบ ทุ่งพระเมรุ                       

          เปื้อนเลน เปื้อนตม                      เหม็นขม เหม็นคาว

          จับทั้งอ่าง ท้องขึง                      จับทั้งอึ่ง ท้องเขียว            

          จับทั้งเปี้ยว ทั้งปู                       จับทั้งหนู ท้องขาว

          จับเอามา ให้สิ้น                          มาต้มกิน กับเหล้า          

          เป็นกรรม ของเฮา                       เพราะอ้ายเจ้า เวียงจันเพื่อนเอย

 

แต่งในกรุงเทพฯ

          มีร่องรอยน่าสงสัยว่าคำร้องสำนวนนี้ จะแต่งโดยคีตกวีวังหน้า สมัย ร.3-ร.4

          เพราะคำร้องลาวแพนขึ้นต้นว่า “มาข้อยจะกล่าวถึงลาวเป่าแคนแสนเสนาะ ฟังเพราะ (มาสอเพาะ) เข้ากับแคนแสนขยัน…..” ฯลฯ

          ใกล้เคียงกับบทละครเรื่องพระลอนรลักษณ์ (พระบวรราชนิพนธ์ กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ใน ร.3) มีกลอนตอนหนึ่งว่า “ซอขับรับแพนแสนเสนาะ ฟังเพราะสำเนียงเสียงดีเหลือ”

          ในบทละคร กล่าวถึงพระลอออกว่าราชการ แล้วถามขุนนางอำมาตย์ที่หมอบเฝ้าว่ามีข่าวลาวขับซอเสนาะนัก ให้เอาตัวมาจะฟังขับ เสนากราบทูลพระลอว่า

          บัดนั้น                                      เสนีประนมก้มเกษา

          ทูลว่าลาวดอนจรมา                     ลงท่าปากเพรียวเที่ยวซื้อเกลือ

          ซอขับรับแพนแสนเสนาะ               ฟังเพราะสำเนียงเสียงดีเหลือ

          เดี๋ยวนี้อยู่ท่าหน้าโรงเรือ                เป็นเชื้อพุงขาวลาวลูกค้า

          ทูลพลางทางคลานถอยหลัง           มาบังบานประตูอยู่ข้างหน้า

          ตำรวจเวรใครไปเรียกมา               เร็วไวให้หาพวกลาวซอ

 

ซอขับรับแพน

          แพน ในชื่อเพลงลาวแพน มีเค้าต้นว่าจะเป็นคำที่ใช้แพร่หลายในล้านนา สังเกตว่ามักใช้คู่กับคำว่า ซอ (แปลว่า ขับ หรือร้อง) เข้ากับปี่ เรียกซอปี่ หมายถึงขับร้องกับปี่ ดังมีในบทละครพระลอนรลักษณ์ต่อไปอีกว่าเมื่อลาวช่างขับจะขับให้พระลอฟัง ดังนี้

          บัดนั้น                                         สองลาวคนขับรับสั่ง

          ลองแพนลองปี่เห็นดีดัง                   แล้วบังคมขับขึ้นฉับไว        

 

ลาวแพนล้านนา

          2. สำนวนพระลอ พรรณนาความทุกข์โศกของพระลอที่ออกจากเมืองแมนสรวง เขตล้านช้าง ไปกลางดงป่า ข้ามน้ำกาหลงไปหาพระเพื่อนพระแพงที่อยู่เมืองสรอง บริเวณล้านนา

          เป็นพระนิพนธ์ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ สมัย ร.5 (ยังมีลาวแพนสำนวนอื่นๆ หลังจากนี้อีก แต่ไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย)

          น้ำกาหลงใส ไหลหลั่ง ควะควั่งคว้าง                 แลอ้างว้าง หวิวหวน กำสรวลแสน

          คำนึงความ ยามยาก จากเมืองแมน                    ตกมาอยู่ ด้าวแดน อรัญญวา

          พระเพื่อนแพงเอย พี่บเคยตกยาก                   แสนระกำลำบาก เหนื่อยยากนิหนักหนา

          พลัดทั้งบุรินทร์ถิ่นฐาน พลัดทั้งศฤงคารบุญญา    พลัดทั้งสนมทั้งข้า ทั้งเสนาไพร่นาย

          พลัดทั้งพระแม่พระเมีย มาหายเสียเอกากาย      พลัดทั้งเผ่าทั้งพงศ์ ผองจัตุรงค์ก็แลหาย

          ฤทธิ์เสน่ห์สาวเหนี่ยว ฤทธิ์เสน่ห์สาวรั้ง              จนคลุ้มจนคลั่ง สวิงสวาย

          แทบจะตายเสียแล้วนิเหนอ                                ในเฌอดงแดนแสนกันดาร ฯ

 

ล้านช้าง-ล้านนา

          ทำนองเพลงลาวแพนที่รู้จักแพร่หลายเป็นลีลาล้านนา มีต้นเค้าจากละครเรื่องพระลอ ของ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ สมัย ร.5

          น่าสงสัยว่าหลังจากนั้นมีครูเพลงเอาคำร้องลาวแพนเวียงจัน ซึ่งเป็นกลุ่มล้านช้าง มาเข้าทำนองลาวแพนล้านนา ของกรมพระนราฯ แต่ไม่เป็นที่นิยม อาจเพราะถูกห้าม เนื่องจากเนื้อเพลงด่าไทย จึงไม่เป็นที่รู้จักทั่วไป

document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);