มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557

 

มายาคติต้องถอดรื้อ

          ถอดรื้อมายาคติ หรือ DECONSTRUCT เป็นชื่อหนังสือที่เรียบเรียงขึ้นใหม่จากคำบรรยายในชั้นเรียนของโรงเรียนนักข่าว TCIJ โดยผู้ทรงคุณวุฒิเรื่องต่างๆ 7 หัวข้อที่เป็นแก่นแกนของมายาคติในสังคมไทย

          (โรงเรียนนักข่าว TCIJ เป็นโครงการพิเศษของ “ศูนย์ข้อมูล & ข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง” หรือที่รู้จักกันในนาม “ศูนย์ข่าว TCIJ” ซึ่งดำเนินงานข่าวหนังสือพิมพ์ออนไลน์ เน้นการรายงานข่าวเชิงสืบสวนสอบสานในนาม www.tcijthai.com โดยมี สุชาดา จักรพิสุทธิ์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนนักข่าวและบรรณาธิการบริหารศูนย์ข่าว)

          กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล บรรณาธิการและผู้เรียบเรียงหนังสือ ถอดรื้อมายาคติ สรุปย่อเนื้อหาแต่ละเรื่องไว้ จะเลือกเฉพาะประเด็นสำคัญสั้นๆที่สุดดังต่อไปนี้

          ความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย โดย ศ. ดร. นิธิ เอียวศรีวงศ์ ไม่ใช่สังคมเกษตรเช่นอดีตอีกแล้ว

          มายาคติว่าด้วยชาติ โดย ดร. เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ความเป็นชาติดูดซับเอามายาคติทุกประการมาใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อการคงอยู่ของตัวมันเอง

          มายาคติว่าด้วยความยุติธรรม โดย รศ. ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ความยุติธรรมในสายตาของกฎหมายเป็นอย่างไร? และกฎหมายสร้างถนนไปสู่ความยุติธรรมอย่างไร?

          มายาคติว่าด้วยระบบศีลธรรม โดย วิจักขณ์ พานิช (นักวิชาการอิสระด้านปรัชญาและศาสนา) ปัจจุบันเป็นห้วงยามที่เกณฑ์คุณค่าชุดเดิมๆ ในสังคมไทย ถูกตั้งคำถามและท้าทายอย่างแหลมคมที่สุด โดยเฉพาะการท้าทายจากคู่ปรับสำคัญอย่างประชาธิปไตยและเสรีภาพ ศีลธรรมทางพุทธศาสนาไปไม่ได้กับโลกยุคใหม่หรือ? เพราะมันถูกประกอบสร้างขึ้นเพื่อรับใช้บางสิ่ง

          มายาคติว่าด้วยวิทยาศาสตร์ สุขภาพและการแพทย์ โดย ดร.นพ. โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ (ผู้อำนวยการสำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ) วิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์สถาปนาตนเองขึ้นอยู่เหนือวิธีคิด วิธีมองโลกแบบอื่นๆ บดบังโลกทัศน์-ชีวทัศน์แบบอื่นๆ ผูกขาดความจริงอย่างทรงพลัง และกลายเป็นฐานที่มั่นให้แก่มายาคติอีกหลายชุดใช้ก่อร่างสร้างตัว

          มายาคติว่าด้วยสถาบันกษัตริย์ โดย ศ. ดร. ธงชัย วินิจจะกูล (อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน เมดิสัน สหรัฐอเมริกา) สถาบันกษัตริย์และเครือข่าย ซึ่งแผ่อิทธิพลเหนือสังคมการเมืองของไทยอย่างมีนัยสำคัญ กลับปราศจากการตรวจสอบเกือบจะสิ้นเชิง

          มายาคติว่าด้วยสื่อ โดย สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี (ผู้สื่อข่าวอาวุโส หนังสือพิมพ์ THE NATION) สื่อมวลชนใช้ชีวิตและทำงานในวงล้อมของมายาคติ บ่อยครั้งเป็นผู้ผลิตซ้ำมายาคติชุดต่างๆ โดยไม่รู้ตัว ยิ่งกว่านั้น ตัวสื่อเองก็ยังถือครองอุดมคติแห่งความเป็นสื่อไว้อย่างแน่นเหนียว และอุดมคตินี้เองที่อาจเป็นมายาคติที่ยากที่สุดที่สื่อจะสลัดหลุด

          ผมยังไม่ได้อ่านทุกเรื่อง ถ้าอ่านเมื่อไรจะทยอยเก็บสาระสำคัญมาเล่าให้รู้ทั่วกัน

 

มายาคติในประวัติศาสตร์โบราณคดีไทย

          “วัตถุทางโลกเป็นเพียงสิ่งจำลองของความจริง ที่อนุญาตให้เผ่าพันธุ์นักปราชญ์เท่านั้นเข้าถึง เพียงเพื่อท้ายสุดจะใช้ความเชื่อนี้เป็นหลังพิงแก่ความคิดทางการเมืองการปกครองของเขาเอง”

          กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล บรรณาธิการ และผู้เรียบเรียงหนังสือ ถอดรื้อมายาคติ (ศูนย์ข้อมูล & ข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง TCIJ พิมพ์ครั้งแรก มกราคม 2557) เขียนบอกไว้ในคำนำของบรรณาธิการ แล้วมีนิทานจากเพลโตโดยสรุป ว่า

          มนุษย์ถ้ำหันหน้าเข้าหาผนังถ้ำ มองเห็นแต่เงาดำเคลื่อนไหวบนผนังถ้ำโดยไม่รู้ว่ามีกองไฟอยู่ข้างหลัง จึงเข้าใจว่าเงาเหล่านั้น คือ ความจริง

          ต่อมามีมนุษย์ถ้ำคนหนึ่งหันหลังมองเห็นไฟกองโตและปากถ้ำ จึงรู้ว่าสิ่งที่เห็นบนผนังถ้ำเป็นแค่เงาของความจริง แล้วมีแสงสว่างอยู่นอกถ้ำที่มองเห็นสิ่งอื่นอีกมาก

          มนุษย์ถ้ำคนที่ออกไปข้างนอกตื่นเต้นสิ่งที่เห็น จึงรีบเข้าถ้ำบอกคนอื่นๆให้รู้ แล้วเลิกนั่งมองเงาชวนออกจากถ้ำไปข้างนอกเพื่อสัมผัสความจริง

          มนุษย์ถ้ำบรรดาที่นั่งมองเงาโดยไม่เคยออกไปนอกถ้ำ พากันต่อว่าด่าทอคนที่มาบอกเรื่องความจริงนอกถ้ำว่าเหลวไหลไร้สาระ เพราะเงาบนผนังถ้ำต่างหากคือความจริง ที่ไม่มีสิ่งใดจริงกว่า

          ประวัติศาสตร์โบราณคดีในไทยก็ไม่ต่างจากนิทานมนุษย์ถ้ำนี้d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);