มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557

 

ท่องเที่ยวทางเลือกที่ท้องถิ่นจัดการตนเอง

          ท้องถิ่นไทยมีไม่น้อย ที่ชาวบ้านมองไม่เห็นช่องทางช่วยตนเองให้มีเศรษฐกิจมั่นคงได้ เพราะภูมิประเทศไม่เหมาะการเกษตรและไม่พร้อมจะเป็นอุตสาหกรรม

          ขณะเดียวกันก็ขาดทรัพยากรท่องเที่ยวกระแสหลัก เช่น ทะเล, ป่าเขา, แม่น้ำลำคลอง, อาหาร, ฯลฯ คนในท้องถิ่นนั้นๆเลยพานท้อแท้

          บางท้องถิ่นมีมรดกตกทอดติดที่มาแต่ดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ แต่ถูกแนวคิดอนุรักษ์-จารีตนิยมครอบงำจากระบบราชการ จนคิดเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากทำตนอย่างปู่โสมเฝ้าทรัพย์ โดยไม่มีอนาคต

          อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี เป็นกรณีตัวอย่าง ไม่มีทรัพยากรท่องเที่ยวกระแสหลัก แต่มีมรดกตกทอดติดที่มาแต่ดึกดำบรรพ์ จัดเป็นทรัพยากรท่องเที่ยวทางเลือก ซึ่งไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เช่น

          (1) เมืองโบราณพันปี มีคูน้ำคันดินล้อมรอบสมบูรณ์ที่สุด เป็นต้นทางจากทะเลอ่าวไทยสู่นครวัด-นครธม ในกัมพูชา (2) ต้นศรีมหาโพธิ์ โตใหญ่ที่สุดในไทย (3) รอยพระพุทธบาทคู่ ขนาดใหญ่สุดและเก่าสุด ยุคทวารวดี 1,500 ปีมาแล้ว (4) ชุมชนคนพวนจำนวนมากตั้งชุมชนเรียงรายข้ามอำเภอข้ามจังหวัด (5) เส้นทางพระเจ้าตากผ่านไปจันทบุรี

          มรดกอย่างนี้เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่ขายยาก จนถึงขายไม่ออก

          แต่คนท้องถิ่นไม่ท้อแท้ พยายามหาลู่ทางจัดการตนเอง พัฒนาให้มีการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ แล้วรวมตัวกันเป็น“กลุ่มท่องเที่ยวศรีมโหสถ”

          จะร่วมสนับสนุนโดยรวบรวมคำแนะนำของผู้มีประสบการณ์ด้านนี้มาบอกกล่าวไว้ ดังต่อไปนี้

          1. ชุมชนท้องถิ่น ทำตนเองให้ร่มเย็นเป็นสุข สะดวก สะอาด สว่าง สงบ ตามปรารถนาโดยพิทักษ์รักษาสภาพแวดล้อมธรรมชาติอย่างแข็งแรง จะมีผลพลอยได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากที่ต่างๆเดินทางมาหาอย่างดีที่สุด โดยตระหนักด้วยว่าการท่องเที่ยวมีคุณอันอเนกก็จริง แต่มีโทษเป็นอนันต์ด้วย

          2. ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ต้องใช้เวลานานหลายปีมาก เพราะไม่มีทรัพยากรท่องเที่ยวกระแสหลัก ฉะนั้น ต้องอดทนอย่างไม่สิ้นเพียร โดยหาลู่ทางสร้างจุดขายใหม่

          3. เริ่มปรึกษาหารือสร้างจุดขายตั้งแต่บัดนี้ เพราะสถานการณ์ท่องเที่ยวตกต่ำทั่วไป เท่ากับมีเวลาเตรียมตัวและตั้งตัวก่อนท่องเที่ยวไทยจะกระตุ้นให้เติบโตเหมือนเดิม และมากกว่าเดิมในเวลาต่อไปข้างหน้า เมื่อถึงเวลานั้นท้องถิ่นก็พอจะมีความพร้อมบ้างตามสมควร

          4. อย่าโลภและเพ้อเจ้อว่าจะร่ำรวยและมั่งคั่งอย่างรวดเร็ว โดยเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวกระแสหลัก เพราะเป็นไปไม่ได้ แต่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมก็พอจะมีช่องทางและโอกาสสร้างรายได้เพิ่มบ้างอย่างกว้างขวางให้คนศรีมโหสถอย่างเสมอภาคเท่าเทียมดีกว่าแต่ก่อน โดยไม่หวังลมๆแล้งๆว่าทางการจะช่วยจัดการให้เป็นทาน

          5. วัฒนธรรมท่องเที่ยวในไทย ทันสมัย แต่ไม่พัฒนา สถานที่ท่องเที่ยวสกปรก แล้วถูกทำลายด้วยความโลภและมักง่ายของสังคม จึงควรศึกษาเรียนรู้ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวจากแหล่งอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก โดยสอบถามติดตามข้อมูลข่าวสารที่เข้าถึงไม่ยาก แล้วรักษาสภาพแวดล้อมให้ดี แม้นักท่องเที่ยวไม่มา เราก็อยู่สบายชั่วลูกชั่วหลานไม่รู้จบ

          สิ่งที่ควรแก้ไข ไม่ทำต่อไป ซึ่งผมเคยเขียนเรื่องนี้มาก่อนแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเขียน คือ “มัคคุเทศก์น้อย” ที่ผู้ใหญ่ทางการทำผักชีโรยหน้าขึ้น ด้วยการเกณฑ์เด็กนักเรียนนำชมโดยจำข้อความไปท่องเหมือนนกแก้วนกขุนทองให้นักท่องเที่ยวฟัง สร้างความรำคาญอย่างสาหัสให้นักท่องเที่ยว แล้วไม่อยากย่างกรายกลับไปเที่ยวอีก

          ชุมชนและโรงเรียนควรมีกิจกรรมให้นักเรียนและคนท้องถิ่น ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประวัติความเป็นมาย่อๆอย่างเป็นธรรมชาติ ของสถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆในชุมชน

          ถ้าบางคนอยากเป็นมัคคุเทศก์นำชมต่อไป จึงจัดอบรมให้เป็นพิเศษ แต่ไม่ใช่เกณฑ์เด็กนักเรียนไปท่องจำนำชมเป็น“มัคคุเทศก์น้อย”อย่างที่ทางการชอบทำผักชีโรยหน้าd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);