มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557

 

กรุงศรีอยุธยา มีก่อนกรุงสุโขทัย เพราะมาจากละโว้

          กรุงศรีอยุธยา มีพัฒนาการมาก่อนกรุงสุโขทัย

          แต่มาจากไหน? มายังไง? เมื่อไร? ทำไม? ฯลฯ ยังไม่มีคำอธิบายในประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย

          อยุธยา มรดกโลก ก็ไม่บอกอะไร? มีแต่มุ่งทำการตลาดเพื่อขายเอากำไรเฉพาะหน้าถ่ายเดียวโดยไม่คำนึงถึงผลในอนาคต

          แท้จริงแล้วอยุธยามาจากขอมละโว้กับลาวสุพรรณ แต่ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยหลีกเลี่ยงอธิบายความจริง

          เฉพาะอยุธยา (อโยธยา) มาจากขอมละโว้ (ลพบุรี) ร.5 มีพระราชนิพนธ์ไว้อย่างน้อย 2 คราว

          คราวแรก เมื่อ พ.ศ. 2450 เปิดโบราณคดีสโมสร ว่าอโยธยาอยู่ฟากตะวันออกของอยุธยา บริเวณวัดพนัญเชิง, วัดใหญ่ชัยมงคล, วัดอโยธยา, ฯลฯ

          คราวหลัง เมื่อ พ.ศ. 2451 เรื่องวัดสมอราย (วัดราชาธิวาส) ว่าอยุธยามาจากขอมละโว้ที่ลพบุรีอยู่ฟากตะวันออกก่อน แล้วหลังจากนั้นจึงย้ายไปฟากตะวันตก

          ปี 2451 นี้เอง เสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่า เมื่อผ่านเมืองสุพรรณทรงบอกว่าท้าวอู่ทอง เมืองอู่ทอง ไม่ใช่พระเจ้าอู่ทอง สร้างกรุงศรีอยุธยา

          แต่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เห็นต่างจาก ร.5 เมื่อมีพระนิพนธ์คำนำ พ.ศ. 2457 (อธิบายหนังสือพระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา) ว่าท้าวอู่ทอง เมืองอู่ทอง หนีโรคห่า ไปสร้างกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1893

          สถาบันการศึกษาทุกระดับเชื่อตามสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สืบจนทุกวันนี้ จึงไม่ศึกษาวิจัยพระราชนิพนธ์ ร.5 ทั้งๆ คำอธิบายของสมเด็จฯ ถูกคัดค้านจากนักประวัติศาสตร์โบราณคดีทั้งไทยและต่างประเทศ จนต้องยกเลิกเกือบ 50 ปีมาแล้ว

          ที่สำคัญคือ กรุงศรีอยุธยามีก่อนกรุงสุโขทัย แต่ยังตะบี้ตะบันสอนกันจนทุกวันนี้ว่าสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย

          เหตุน่าจะมาจากระบบการศึกษาไทยแบบครอบงำให้ท่องจำตามครู แล้วห้ามคิดต่าง ดังนั้นในยุคแรกๆ จึงไม่มีใครกล้าเสนอความเห็นต่างจากสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ

          แม้จะมีพระราชนิพนธ์ ร.5 ที่คิดต่าง ก็ไม่กล้า เพราะมีข้อหาร้ายแรงรออยู่ คือ เนรคุณ, คิดเลว, ฯลฯ เช่น ถ้าเสนอหลักฐานการเคลื่อนย้ายของกลุ่มลาวจากสองฝั่งโขงลงมาเป็นไทยลุ่มน้ำเจ้าพระยา จะถูกด่าทันใดว่าคิดเลว, ไม่รักชาติ

          ขอให้อ่านพระราชนิพนธ์ ร.4 กับ ร.5 เอาเอง ทรงบอกไว้ตรงไปตรงมาว่าท้าวอู่ทองเป็นลาว

 

อยุธยา มรดกโลก ไม่รู้ความเป็นมา

          เสียนหลอ คือ อโยธยาศรีรามเทพ มีแล้วเมื่อเรือน พ.ศ. 1839 (ตรงกับปีสร้างเมืองเชียงใหม่ ก่อนมีกรุงศรีอยุธยาราว 54 ปี)

          มีอ้างอยู่ในจดหมายเหตุของโจวต้ากวาน ที่เดินทางในคณะทูตจีนเข้าถึงนครธม (เจินละ)

          นักประวัติศาสตร์โบราณคดีในไทยยึดถือตำรา ว่า เสียนหลอ เป็นคำจีนเรียก กรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1893 ไม่ก่อนนั้น เพราะสมเด็จพระรามาธิบดี หรือพระเจ้าอู่ทอง เพิ่งรวมละโว้เข้ากับสุพรรณภูมิในปีนี้

          แต่ในชีวิตจริงไม่มีอะไรกำหนดตายตัวจนเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เพราะหลังรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดี ก็มีปัญหาขัดแย้งระหว่างสุพรรณกับละโว้ จนต้องแยกกัน แต่พอขึ้นรัชกาลเจ้านครอินทร์ก็กลับรวมกันอีก

          เป็นพยานว่าการรวมกันแล้วแยกกัน จนมารวมกันอีก เข้าๆ ออกๆ (หรือชักเข้า ชักออก) เป็นเหตุการณ์ปกติ และมีก่อนยุคอยุธยา

          เสียนหลอ หมายถึงลาวปนเขมรก็ได้ เพราะเสียน คือ สยาม (สุพรรณบุรี) อยู่ฟากตะวันตกลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นบริเวณที่กลุ่มลาวเคลื่อนย้ายลงมาจากสองฝั่งโขง ส่วนหลอ คือ ละโว้ (ลพบุรี) อยู่ฟากตะวันออกลุ่มน้ำเจ้าพระยา เป็นเครือญาติใกล้ชิดกับเขมรเมืองพระนครที่โตนเลสาบ

          อยุธยามรดกโลก ถูกจำกัดขอบเขตอยู่แค่เกาะเมืองอยุธยาและพื้นที่รอบๆ หลังสถาปนา เมื่อ พ.ศ. 1893 แต่ไม่บอกเล่าพัฒนาการความเป็นมา เหมือนเด็ดดอกไม้บานแล้ว โดยไม่รู้จักและไม่เข้าใจการเพาะเมล็ดอย่างเนิ่นนานและทะนุถนอม

          อธิบดีกรมศิลปากร เอนก สีหามาตย์ เคยดูแลงานศิลปากร อยู่อยุธยามานานหลายปี ย่อมรู้ดีแก่ใจว่าควรทำอย่างไร? ความรู้แท้จริงจึงจะกระจายลงสู่คนทั่วไป

          ฉะนั้น ต้องเร่งรัดให้พิพิธภัณฑ์ 2 แห่งในอยุธยา มีกิจกรรมแบ่งปันอย่างเข้าถึงสาธารณชนอย่างแท้จริง ที่ไม่ใช่เล็คเชอร์อันน่าเบื่อหน่าย