มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 5  กุมภาพันธ์ 2557

 

ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง

          “ปัจจุบันมหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับสังคมมีน้อย

          อย่างมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) มีปรัชญาเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น ใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุด แต่ มรภ. ไม่เข้าถึงชุมชนอย่างแท้จริง ยึดติดการสอนแบบเดิมๆ

          ส่วนอาจารย์ก็ไปสอนพิเศษ ได้ค่าตอบแทนชั่วโมงละ 3,000 บาท เมื่อผู้บริหารอยากเปลี่ยนก็มีแรงต้านจากอาจารย์และการเมืองภายใน ทำให้ผู้บริหารหลายคน แม้มีความรู้ความสามารถก็ไม่กล้าเปลี่ยนระบบการสอน มรภ.”

          ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงานโครงการประชุมวิชาการระดับชาติ ที่มหาวิทยาลัยพะเยา (มพ.) เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2557 (คม ชัด ลึก ฉบับวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2557 หน้า 11) แล้วกล่าวอีกว่า

          “เชื่อว่ามหาวิทยาลัยไทยเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ต้องปรับระบบใหม่ การเรียนไม่ใช่การจับนิสิตนักศึกษามานั่งฟังแล้วจดบันทึก ต้องเกิดจากกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เรียนรู้จริงๆ ไม่ใช่หลอกๆ —– ต้องอาศัยการเรียนรู้จากสหมิตรครู หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือภูมิปัญญาในพื้นที่

          โดยเฉพาะการพัฒนาด้านอารมณ์ จิตใจ ด้านศีลธรรม ความซื่อสัตย์ การต่อต้านคอร์รัปชั่น ต้องสร้างบัณฑิตให้เป็นผู้ประกอบการ และสร้างเครือข่ายการพัฒนา  ศ.นพ. วิจารณ์ กล่าว

          อ่านแล้วบันเทิงเริงรมย์เมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่ตรงกับปฏิบัติ หรือปากไม่ตรงกับใจ เพราะผู้บริหารมหาวิทยาลัยของไทย ส่วนมากยกตนเป็น“คนดี” มีฐานะทางสังคมเหนือสามัญชนคนทั่วไป(ที่ถูกเหยียดว่ายังไม่เข้าใจประชาธิปไตย)

          และมีทัศนะว่าคนไทยไม่ควรมีสิทธิเท่าเทียมทางการเมือง ผู้บริหารฯจึงไม่สนับสนุนการเลือกตั้งจนบ้านเมืองวุ่นวายไปทั่ว ซึ่งประเทศต่างๆในโลกตำหนิติเตียนถ้วนหน้าถึงกัน

          ที่สำคัญคือคอร์รัปชั่นในมหาวิทยาลัยก็มีพอๆกับที่ประณามคนอื่น

          อิเหนาเป็นเองทั้งนั้น

 

มิวเซียมเยี่ยมยอดที่ราชภัฏโคราช

          มิวเซียมในไทยที่ประสบความสำเร็จเยี่ยมยอดในกิจกรรมแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ(ที่มหาวิทยาลัยใหญ่ๆชั้นนำของไทยในกรุงเทพฯไม่ทำและทำไม่ได้) คือ

          มิวเซียมโลกดึกดำบรรพ์ สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

          เพราะไม่คร่ำครึและไม่น่าเบื่อ แล้วคิดว่ายังมีประเด็นที่ควรพัฒนาให้ก้าวหน้าได้อีกอย่างไร้ขีดจำกัด ผมเพิ่งไปดูครั้งเดียว ตั้งใจจะไปอีกหลายครั้ง

          ขอแนะนำปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (ที่มีคำสั่งให้กรมศิลปากรเปิดพิพิธภัณฑ์ต้อนรับนักเรียนที่ถูกเกณฑ์เข้าชม) ให้ไปดูตัวอย่างมิวเซียมที่โคราชแห่งนี้ มีนักเรียนเข้าแถวรอชมทุกวัน วันละหลายรอบ โดยไม่ต้องเกณฑ์เหมือนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

          หนังสือ 2 เล่ม สำคัญมากๆ คือ (1) ที่ระลึกเปิดอาคารสิรินธร พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2551 (2) โลกดึกดำบรรพ์โคราช พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2554

          น่าจะมีบรรณาธิการปรับปรุง 2 เล่มนี้เข้าด้วยกันเป็นเล่มเดียว ให้เป็นฉบับอ่านง่ายๆ สบายมากๆ แล้วพิมพ์ขนาดพ็อคเก็ตบุ๊ก วางขายทั่วไทย (ผ่านการตลาดมืออาชีพ) ให้สามัญชนคนทั่วประเทศมีไว้แสวงหาข้อมูลความรู้ที่ไม่ใช่เฉพาะของคนโคราช แต่เป็นของไทยทั้งมวลและอาเซียน

          ขอบพระคุณ 2 ท่านจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา คือ (1) คุณชุตินันท์ ทองคำ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม และ (2) คุณสุเกษม อิงคนินันท์ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่กรุณาส่งหนังสือมาให้ ของสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ ซึ่งหาซื้อที่ไหนไม่ได้

          ผมจะใช้หนังสือเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ตามที่ คุณขรรค์ชัย บุนปาน มอบให้เขียน นครราชสีมา มาจากไหน?

          เมื่อใช้งานแล้ว จะเอาหนังสือชุดนี้ไปแบ่งปันเป็นสาธารณะไว้ที่ศาลามโหสถ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี