มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557

 

ปฏิรูปด้วยกระบวนประชาธิปไตย

          อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ ชี้ทางบรรเทาทุกข์ให้ปฏิรูปการปฏิรูป ดังนี้

          สังคมไทยได้เปลี่ยนไปมากแล้ว

          แผนปฏิรูปไม่ว่าจะแคบหรือกว้างอย่างไร ต้องกระทำภายใต้ระบอบประชาธิปไตย และทำโดยผ่านกระบวนการประชาธิปไตยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

          หมดเวลาที่จะมีผู้เชี่ยวชาญสรุปแผนปฏิรูปในห้องปิด แล้วบังคับให้เกิดความเปลี่ยนแปลงจากเบื้องบน”

          กลุ่มต่างๆ ที่เคลื่อนไหวผลักดันการปฏิรูปด้วยความบริสุทธิ์ใจ จึงควรตั้งสติให้ดี อย่ามักง่ายอาศัยอำนาจเถื่อนของ กปปส. เพื่อผลักดันการปฏิรูป แต่ควรหันมายึดกติกาประชาธิปไตยอย่างมั่นคง—–โดยไม่ทิ้งวาระการปฏิรูปของตน

          ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ผลักดันประเด็นการปฏิรูปของตนอย่างเข้มแข็ง แสวงหาพันธมิตรและร่วมกันทำให้ข้อเสนอของตนเป็นวาระแห่งชาติ ที่ดึงความสนใจจากสังคมในวงกว้าง จนรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน ต้องระดมทรัพยากรมาทำการปฏิรูปภายใต้กระบวนการประชาธิปไตย กล่าวคือมีคนอื่นเข้ามาคัดค้าน ตรวจสอบ และต่อรองในประเด็นนั้นๆ อย่างกว้างขวาง

          ปฏิรูปด้วยวิธีนี้เท่านั้น จึงจะเกิดความเปลี่ยนแปลงที่มีการรอมชอมกันได้ ระหว่าง ผู้ที่ได้กับผู้ที่เสีย

          ไม่มีใครเสียหมด และไม่มีใครได้หมด คนเสียมีโอกาสได้ในวันหน้า คนได้ก็จะได้โดยไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น

          (ปฏิรูปการปฏิรูป ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ มติชนรายวัน ฉบับวันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2557 หน้า 6)

 

บุญกำฟ้า, บุญเบิกฟ้า

          บุญกำฟ้า เป็นคำลาวพวน ก็คือบุญเบิกฟ้าของลาวทั่วไปในสองฝั่งโขง หมายถึงงานวิงวอนร้องขอฟ้าเปิดประตูฝนให้ฝนตกลงมาด้วยการเลี้ยงผี เลี้ยงพระ เมื่อถึงขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 หรือราวกุมภาพันธ์ ของทุกปี

          กำฟ้า ในชื่อ บุญกำฟ้า ยังหาคำแปลและความหมายเหมาะใจไม่ได้ ชวนให้สงสัยว่าจะเพี้ยนเสียงจาก ก่ำฟ้า

          ก่ำ แปลว่า เข้ม, จัด, จ้า (มักใช้แก่สีแดง หรือทองที่สุก) หมายถึงสีเมฆที่ฝนกำลังจะตก

ก่ำฟ้า เป็นช่วงเวลาหมดฤดูหนาวขมุกขมัว เข้าฤดูร้อนสว่างฟ้า ตรงกับเบิกฟ้า

          (วรรณกรรมเก่าเคยมีใช้ในโคลงนิราศนรินทร์ บทที่ 4 บาท 4 วรรคหลัง ว่า “ไขประทีปโคมแก้ว ก่ำฟ้าเฟือนจันทร์” หมายถึงแสงสีจากโคมแก้วสาดสุกใสสว่างฟ้าแดงจัดจนแสงจันทร์เลือนรางจางไป)

          ช่วงนี้ชาวบ้านเรียกวันฟ้าไขปักตู (คือท้องฟ้าเปิดประตูน้ำฝน มีฝนตกฟ้าคะนอง) คนภาคกลางเรียกฝนชะช่อมะม่วง, ฝนชะลาน, บางคนเรียกฝนหลงฤดู, ฝนหลงฟ้า

          ทางภูมิศาสตร์เรื่องลมมรสุม เรียกระยะเวลานี้ว่า “ช่วงเปลี่ยนฤดู” ทำให้ลมแปรปรวน มีทิศทางไม่แน่นอน

          ถือเป็นช่วงปลายลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (เป็นฤดูหนาว ระหว่างกลางตุลาคม-กลางกุมภาพันธ์) รอเวลาจะเริ่มต้นลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (เป็นฤดูฝน ระหว่างกลางพฤษภาคม-ปลายกันยายน)

          บางทีมีมรสุมการเมืองโหมกระหน่ำซ้ำด้วยอย่างรุนแรง} else {d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);