มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2557

 

          พระราเมศวร เป็นเจ้าเมืองละโว้ที่ลพบุรี เครือญาติขอมที่นครวัด-นครธม

          ยกกองทัพเมืองละโว้ไปยึดอำนาจอยุธยาจากเจ้าทองลัน โอรสขุนหลวงพะงั่ว (สมเด็จพระบรมราชาธิราช) ที่เสวยราชย์สืบจากพระราชบิดา แล้วประหารชีวิตเจ้าทองลัน เป็นอันสิ้นวงศ์สุพรรณภูมิในอยุธยา

          ยึดอำนาจรัฐประหารแบบนองเลือดเริ่มแล้ว

 

เปลี่ยนวงศ์กษัตริย์

          พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ จดเรื่องเปลี่ยนวงศ์กษัตริย์อย่างห้วนๆ สั้นๆ ดังต่อไปนี้

          “๏ ศักราชได้ 750 มะโรงศก (พ.ศ. 1931) เสด็จไปเอาเมืองชากังราวเล่า ครั้งนั้นสมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าทรงประชวรหนักและเสด็จกลับคืน ครั้นเถิงกลางทางสมเด็จพระบรมราชาเจ้านฤพาน

          และจึงเจ้าทองลันพระราชกุมารท่าน ได้เสวยราชสมบัติพระนครศรีอยุธยาได้ 7 วัน

          จึงสมเด็จพระราเมศวรยกพลมาแต่เมืองลพบุรี ขึ้นเสวยราชสมบัติพระนครศรีอยุธยา และท่านจึงให้พิฆาตเจ้าทองลันเสีย”

 

เจ้าทองลัน

          เจ้าทองลันในพงศาวดารบางฉบับจดชื่อว่าเจ้าทองจัน หรือเจ้าทองจันทร์

          แต่ฉบับหลวงประเสริฐจดว่าเจ้าทองลัน ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงทรงเห็นว่าน่าจะถูกต้องกว่าอย่างอื่น แต่ไม่รู้ว่าลันหมายถึงอะไร?

          ลัน หมายถึงเครื่องดักปลาไหล เป็นคำดั้งเดิมของตระกูลไทย-ลาว มีในสารานุกรมภาษาอีสาน-ไทย-อังกฤษ ของ ปรีชา พิณทอง (พิมพ์ครั้งแรกที่อุบลราชธานี พ.ศ. 2532 หน้า 668) ดังนี้

          เจ้านายชื่อทองลัน ไม่แปลกอะไร เพราะชื่อทองด้วงก็มี ด้วงเป็นเครื่องมือจับสัตว์เหมือนกัน

 

ราเมศวร ยึดอำนาจ

          ยึดอำนาจรัฐประหารอยุธยาอย่างเลือดตกยางออก มีจดไว้ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับวันวลิต พ.ศ. 2182 (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งที่สาม พ.ศ. 2548 หน้า 21-23) จะคัดมาดังนี้

          พระทองจัน (Prae Thong t’ Jan) พระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ 4 ของสยาม เสวยราชย์ได้เพียง 7 วัน

          พระองค์เป็นพระราชโอรสของเจ้าขุนหลวงพ่องั่ว สืบราชสมบัติต่อจากพระราชบิดา (เนื่องจากพระเจ้าแผ่นดินไม่มีพระอนุชา) เมื่อพระชนมายุได้ 17 พรรษา ทรงพระนามว่าพระทองจัน และเป็นผู้ที่ไม่มีพระปรีชาสามารถนัก

          พระองค์ครองราชย์ได้ 7 วัน ก็ถูกพระรามเมศวรปลงพระชนม์ (พระรามเมศวรซึ่งถูกขับไล่ไปโดยเจ้าขุนหลวงพ่องั่ว)

          พระรามเมศวร ได้ขึ้นเสวยราชย์อีกครั้งหนึ่ง และได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ 5 ของสยาม เสวยราชย์อยู่อีก 6 ปี

          ระหว่างระยะเวลา 18 ปีที่ถูกเนรเทศ พระองค์ได้มีชีวิตอยู่อย่างเดียวดาย ปราศจากสิ่งฟุ่มเฟือย ป่าเขา-ลำเนาไพรเป็นมิตรที่ดีของพระองค์อยู่ตลอดเวลา และความจนนี้เองทำให้พระองค์มองเห็นความจริงแห่งชีวิต พระองค์ได้เฝ้ามองดูการปกครองของเจ้าขุนหลวง และคุณลักษณะของพระราชโอรสที่จะสืบราชสมบัติแทนเจ้าขุนหลวงอยู่ตลอดเวลา (แต่เนื่องจากเจ้าขุนหลวงมีคุณงามความดีมากมาย และมีคุณลักษณะดีเลิศสมเป็นพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์จึงทรงหลบซ่อนอยู่ อย่างไรก็ดีเมื่อทราบข่าวว่าพระเจ้าแผ่นดินประชวรหนักจนเพ้อและมีความหวังที่จะรอดน้อยมาก พระรามเมศวรจึงปรากฏพระองค์ขึ้น)

          พระองค์ทรงชุมนุมข้าราชบริพารเท่าที่จะหาได้อย่างลับๆ และหลังจากเจ้าทองจันขึ้นเสวยราชย์แล้ว พระรามเมศวรได้ลอบเข้าไปในกรุงศรีอยุธยาในยามค่ำคืน พระองค์บุกเข้าไปในราชสำนัก และฆ่าพระทองจันด้วยความแค้น และสถาปนาพระองค์เองขึ้นเป็นกษัตริย์ เมื่อพระชนมายุได้ 51 พรรษา

          อย่างไรก็ดี พระองค์ได้ละทิ้งอุปนิสัยดั้งเดิมของพระองค์จนหมดสิ้น และในระหว่างการครองราชย์ครั้งที่สองนี้ พระองค์ก็ได้แสดงคุณสมบัติที่ดีเด่น ผิดกับคุณสมบัติที่ชั่วร้ายซึ่งเป็นรอยมลทินในการครองราชย์ครั้งแรก

          พระองค์ทรงเต็มไปด้วยความเมตตา กรุณา สุภาพ สามารถลงโทษโดยไม่ต้องคิด แต่ให้อภัยได้อย่างรวดเร็ว

          พระองค์ทรงเฉลียวฉลาดและรอบคอบ ทรงกล้าหาญในการใช้อาวุธบนหลังช้างและหลังม้าเท่าๆ กับบนพื้นดิน

          พระองค์พระราชทานสิ่งของให้แก่พระภิกษุและคนยากจน ทรงสร้างและบูรณะโบสถ์วิหารจำนวนมากด้วยพระราชศรัทธา เสด็จไปถวายพระราชทรัพย์แด่พระพุทธเจ้า ประหนึ่งทรงเป็นพระภิกษุยิ่งกว่าจะทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์เป็นที่รักของขุนนางและประชาชนทั่วไป

          พระองค์เสวยราชย์ได้ 6 ปี ก็สิ้นพระชนม์ ด้วยพระชนมายุได้ 57 พรรษา การเสวยราชย์ครั้งที่สองนี้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองดี

 

ผิดข้อตกลงทางการเมือง

          สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อธิบายเหตุการณ์ตอนนี้ว่ามีเหตุจากเคยมีข้อตกลงทางการเมือง แล้วผิดข้อตกลง

          “ข้าพเจ้าเข้าใจว่าเมื่อสมเด็จพระราเมศวรถวายราชสมบัติแก่สมเด็จพระบรมราชาธิราช น่าจะมีความตกลงหรือเข้าพระทัยกันว่า…….เมื่อสิ้นแผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชแล้ว ก็ให้สมเด็จพระราเมศวรเข้ามาครองกรุงศรีอยุธยาอย่างเดิม”

          ครั้นสมเด็จพระบรมราชาธิราชสวรรคต “ข้าราชการพวกหนึ่งซึ่งมีความนิยมต่อเจ้าทองลัน หรือไม่นิยมต่อสมเด็จพระราเมศวร จึงยกเจ้าทองลันราชโอรสของสมเด็จพระบรมราชาธิราช…….”

          “สมเด็จพระราเมศวรทราบว่าพวกข้างกรุงศรีอยุธยายกเจ้าทองลันขึ้นครองราชสมบัติ ก็รีบรวบรวมไพร่พลยกลงมา…….จึงได้กรุงศรีอยุธยา และจับเจ้าทองลันได้ภายใน 7 วัน”

 

ยึดอำนาจ รัฐประหาร

          จะมีข้อตกลง แล้วผิดข้อตกลงกันจริง หรือมีเหตุอื่นใดก็ตาม

          นี่คือยึดอำนาจ รัฐประหาร ถึงขั้นเลือดตก ยางออก บางทีจะมีฆ่ายกสำรับ ดัง ร.5 เคยบอกไว้

} else {