มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม 2557


คนดี คนไม่ดี

          สังคมไทย ใครคิดต่างจากกลุ่มผู้ยกตนเป็น“คนดี” จะถูกใส่ร้ายเป็นคนไม่ดี ผู้คิดชั่ว คิดร้าย ไม่รักชาติ

          มีผู้ใหญ่บ้านอาวุโสบ้านนอกคนหนึ่งอธิบาย ว่า เป็นผลจากการครอบงำของระบบการศึกษาไทยแบบท่องจำตามครูเหมือนพระสงฆ์เรียนบาลี-นักธรรม โดยห้ามถาม ห้ามเถียง ถ้าใครคิดต่างจากครูถือเป็นผิด เรียก“ผิดครู” ถูกใส่ร้ายเป็น“ศิษย์คิดล้างครู”  อย่างเบาะๆเบาๆ ก็ถูกเหยียดว่าเป็นพวกแหกคอกนอกครู เป็นคนคิดชั่ว คิดร้าย คนไม่ดี คนอกตัญญู

          ตัวอย่างมีมาก นับตั้งแต่ สุนทรภู่, หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง), ฯลฯ แม้ศิลปินแห่งชาติยุคปัจจุบัน(ที่ล่วงลับแล้ว)อย่าง ครูบุญยงค์ เกตุคง, ครูบุญยัง เกตุคง สองพี่น้อง ก็เคยโดนมาก่อนตอนเริ่มแรกทำงานสร้างสรรค์ตีระนาดเอกและเล่นลิเก

 

แบ่งปันความรู้

          วิธีคิดแบบอนุรักษ์-จารีตนิยม ตามแนวทางข้าราชการเป็นนายราษฎร และเป็นผู้ถือครองสมบัติวัฒนธรรมในไทย ดังนั้นผู้อยู่นอกระบบราชการจะแตะต้องสมบัติวัฒนธรรมในไทยมิได้ ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากข้าราชการ

          แนวคิดนี้มีอยู่แล้วก่อนตั้งกรมศิลปากร หรือก่อน พ.ศ. 2475 แล้วถ่ายทอดสืบเนื่องมาอย่างเคร่งครัดถึงยุคจัดตั้งกรมศิลปากร จนหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เริ่มปรับเปลี่ยนไปทางสากลอย่างนานาอารยประเทศมากขึ้น คือ

          ในโลกประชาธิปไตย ไม่มีใครเป็นเจ้าของสมบัติวัฒนธรรมแต่ผู้เดียว (แม้ราชการก็ไม่ใช่) เพราะสมบัติวัฒนธรรมเป็นของปวงชนและมนุษยชาติ ซึ่งต้องร่วมกันดูแลรักษา และร่วมกันแบ่งปันเผยแพร่อย่างกว้างขวาง และอย่างเสมอภาคเท่าเทียม

          ผู้เข้าใจเรื่องนี้ดียิ่ง คือ นายนิคม มูสิกะคามะ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร โดยเฉพาะหลังรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ได้เปิดเผยแบ่งปันข้อมูลต่อสาธารณะ

          มีตัวอย่างสำคัญคือ ขุนช้างขุนแผน ตอนผ่าท้องนางบัวคลี่ สำนวนครูแจ้ง วัดระฆัง ที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สั่งระงับเผยแพร่ตั้งแต่ พ.ศ. 2461 เพราะคิดเห็นว่ามีฉากพรรณนาการร่วมเพศโจ๋งครึ่ม แล้วกรมศิลปากรโดยหอสมุดแห่งชาติสั่งห้ามบริการ นับแต่นั้นเป็นเวลา 84 ปี จน พ.ศ. 2545 อธิบดีฯ นิคมอนุญาตให้คัดลอกออกเผยแพร่ทั้งฉบับ (พิมพ์อยู่ในหนังสือ ขุนช้างขุนแผนแสนสนุก สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2545 หน้า 166-256)

          กรณีทวงทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์จากสหรัฐ คุณขรรค์ชัย บุนปาน และคุณพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร มีบัญชาแล้วจ่ายทุนอุดหนุนให้ผมไปติดตามทำข่าว แล้วเอาคืนให้ได้

          คราวนั้นผมไปเห็นการขุดค้นแหล่งโบราณคดี บ้านประธานาธิบดียอร์ช วอชิงตัน ชานกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยนักโบราณคดีอเมริกัน เชิญชวนชาวบ้านทั่วไปเข้าเป็นอาสาสมัคร“โวลันเทียร์” ร่วมขุดค้นทุกขั้นตอนที่กำลังทำดำเนินอยู่อย่างไม่ปิดบังซ่อนเร้น

          ผมเดินเข้าไปดูแหล่งขุดค้นอย่างสะดวกสบายปะปนกับนานาชาติคนอื่นๆที่เดินทางท่องเที่ยวขณะนั้น พร้อมกันนั้นนักโบราณคดีอเมริกันยังพยายามยัดเยียดเอกสารง่ายๆหลายรูปแบบพรรณนาเรื่องราวความรู้การขุดค้นที่กำลังทำอยู่นั้นด้วย

          เสียแต่ว่าผมสอบตกภาษาอังกฤษ เลยอ่านไม่ได้

          คราวนั้นได้พบช่างวาดรูปสัตว์ เป็นคนไทย แต่ทำงานสังกัดมิวเซียมประวัติศาสตร์ธรรมชาติวิทยาแห่งสมิธโซเนียน ที่วอชิงตัน ดี.ซี. เขาพาไปดูที่ทำงานในมิวเซียมสำคัญของโลกแห่งนี้ แล้วเอารูปสัตว์ที่พบใหม่ซึ่งเขากำลังวาดลงสีน้ำตามคำสั่งให้สมิธโซเนียน ยังไม่เสร็จ ยังไม่เผยแพร่ แต่จะถ่ายรูปเอาไปเผยแพร่ก็ได้ ไม่มีข้อจำกัดหวงแหนหรือหวงห้ามวิชาความรู้ มีแต่จะยัดเยียดให้ฉวยความรู้ติดสมองไปด้วยเท่าที่จะบรรจุได้

          เสียแต่ผมฉลาดไม่พอ จึงฉวยได้แค่ความทรงจำมาเขียนบอกเล่าแค่นี้

          ผมเคยฝากบอกอธิบดีกรมศิลปากรตั้งแต่แรกขุดพบเรือโบราณพันปี ยุคทวารวดี ที่ จ. สมุทรสาคร ว่าควรลงมือแบ่งปันเผยแพร่ความรู้ขนานใหญ่อย่างไม่ปิดบังซ่อนเร้นและไม่มีขีดจำกัดเรื่องลิขสิทธิ์(เพราะไม่มี) เพื่อให้ทุกกลุ่มทุกเหล่าเข้าร่วมทักท้วงถกเถียงประวัติศาสตร์ความเป็นมาทางเศรษฐกิจ-การเมือง ควบคู่กับเส้นทางพันท้ายนรสิงห์

          แต่ยังไม่เห็นงาน และยังไม่ได้ข่าวว่ามีนโยบายชัดเจนอย่างไร? ตรงนี้อาจทำให้วิธีคิดแบบอนุรักษ์-จารีตนิยม ย้อนกลับมาเป็นปัญหาความก้าวหน้าวิชาการของกรมศิลปากร(ซึ่งก็คือของประชาชนคนไทย) ที่ต้องแก้ไขโดยด่วนd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);