มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2557

 

อี คือ น้อง

          อ้าย แปลว่า พี่ — อี แปลว่า น้อง

          อ้าย เป็นคำเรียกจำนวนนับ แปลว่า หนึ่ง เช่น เดือนอ้าย แปลว่า เดือน 1

          ใช้เรียกลูกผู้ชายคนแรก ว่า ลูกอ้าย หมายถึง ลูกชายคนที่ 1 หรือคนโต หมายถึงพี่ก็ได้

          นานเข้า อ้าย ก็เพี้ยนเป็น ไอ้ คำประกอบคำอื่นบอกให้รู้ว่าเป็นเพศชายหรือสัตว์ตัวผู้ ขณะเดียวกันก็แสดงความสนิทสนมมาก แล้วเป็นคำจิกหัวด่าได้ด้วย

          อี คำเดียวกับ อี่ ใช้เรียกลูกสาวคนที่ 2 ว่า ลูกอี่ (คู่กับลูกชายคนที่ 2 ว่า ลูกยี่) เป็นน้องของลูกสาวคนแรก เรียก ลูกเอื้อย หรือพี่เอื้อย ทำให้เรียกลูกสาวคนที่ 2 ว่า น้องอี่

          นานเข้า อี่ ก็กร่อนเสียงเป็น อี อย่างยกย่องหมายถึงน้อง เช่น เรียกสาวๆอายุน้อยอย่างน่ารักน่าเอ็นดูว่า อีนาง, อีสาว ขณะเดียวกันก็แสดงความสนิทสนม แล้วเป็นคำจิกหัวด่าได้ด้วย

 

นักเรียนไม่ควรเสียโอกาส

          นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า

          ในการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ. เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานผลการดำเนินโครงการเร่งรัดคุณภาพการอ่านรู้เรื่องและสื่อสารได้ ยังมีปัญหาต้องแก้ไข

          นายจาตุรนต์กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้นักเรียนมีปัญหาเรื่องการอ่าน มาจากครูไม่มีเวลา เพราะต้องทำงานอื่นๆ ครูสอนไม่ตรงวิชาเอก และไม่ให้ความสำคัญกับการสะกดคำ ซึ่งเป็นวิธีการสอนที่สำคัญ

          ส่วนวิธีการแก้ปัญหาจะต้องเน้นการเรียนการสอนที่เข้มข้นขึ้น รวมทั้ง ปรับปรุงแบบเรียน หนังสือที่ช่วยในการอ่าน อาทิ การจดจำรูปสระ ใช้เพลง หรือบทร้อง นิทาน แบบฝึกทักษะ หนังสือแนวสอนซ่อมเสริม จัดพิมพ์แบบเรียนใหม่ด้วย รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อให้ได้วิธีการเรียนการสอนที่นำไปปรับใช้ได้

          ขณะเดียวกัน โรงเรียนจะต้องเพิ่มกิจกรรมเพื่อเสริมทักษะในการเรียนการสอนเรื่องดังกล่าวด้วย (มติชน ฉบับวันพุธที่ 25 ธ.ค. 2556 หน้า 22)

          รมต.ศึกษา จาตุรนต์บอกว่า โรงเรียนต้องเพิ่มกิจกรรมเพื่อเสริมทักษะในการเรียนการสอนเรื่องนั้นๆด้วย โดยเฉพาะการอ่านรู้เรื่องและการสื่อสารกับคนอื่น ตรงนี้แหละบางโรงเรียนมีปัญหา

          อุปสรรคอย่างหนึ่งในหลายอย่างอยู่ที่ผู้บริหารสถานศึกษาจำนวนไม่น้อยมีปัญหา ก็คืออ่อนด้อยทางการบริหารจัดการ ที่จะแสวงหาความร่วมมือจากชุมชนและคนที่มีความรู้ความสามารถจากที่ต่างๆ มาสร้างโอกาสให้นักเรียน เช่น ทัศนศึกษา, เพลงดนตรี, ศิลปะ, กิจกรรมแบ่งปันความรู้ด้านต่างๆ ฯลฯ

          แต่บางแห่งครูในโรงเรียนก็มีปัญหา ไม่อยากแบกภาระเพิ่มจากที่เคยชินปฏิบัติมา สมดังคำของ ศ. นพ. วิจารณ์ พานิช (นายกสภา ม.มหิดล) เคยบอกว่า “ผู้ใหญ่ในวงการศึกษาส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่า การศึกษาที่ดีต้องเป็นรูปแบบที่ตัวเองเคยได้เรียนมาในอดีต จึงไม่ยอมเปลี่ยนแปลงวิธีการสอน ทั้งที่โลกปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก”

          นักเรียนทั้งหลายเลยเสียโอกาสที่ไม่ควรเสียdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);