มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 14 มกราคม 2557

 

เผด็จการฟาสซิสต์

          ปิยบุตร แสงกนกกุล สนทนาอภิปรายปกป้องประชาธิปไตย (จัดโดย สปป.) ณ หอประชุม บ.ร. 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556 จะขอสรุปย่อมาดังต่อไปนี้

          การปกครองในระบอบประชาธิปไตยมีจุดอ่อน เมื่อสนับสนุนให้คนแสดงออก ได้พูดอย่างหลากหลาย การตัดสินใจอาจเป็นไปอย่างล่าช้า หรือเกิดสภาวะไร้ระเบียบ เพราะมีคนเห็นแตกต่างกันมากมาย

          ทำให้คนที่มีความคิดแบบเผด็จการ แบบฟาสซิสม์ ฉวยโอกาสเอาจุดอ่อนของประชาธิปไตย มาทำลายประชาธิปไตย

          พวกเผด็จการฟาสซิสต์ ไม่ใช่พวกต่อต้านการปฏิวัติแบบดั้งเดิม ไม่ได้ต้องการย้อนกลับไปสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่จะอ้างตลอดเวลาว่าเขาก็เป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน และประชาธิปไตยมีข้อบกพร่อง จึงจำเป็นต้องปฏิรูปประชาธิปไตยให้เหมาะสม

          เผด็จการฟาสซิสต์อาศัยชื่อของประชาธิปไตยเพื่อมาปฏิรูประบอบประชาธิปไตย แต่หากสำรวจลงไปในเนื้อแท้แล้วจะพบว่าเผด็จการฟาสซิสต์มีอยู่ 5 องค์ประกอบสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงเผด็จการเบ็ดเสร็จ คือ

          1. ต่อต้านระบบรัฐสภา รัฐสภาจึงไม่ควรมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง แต่ควรมาจากการสรรหาจากหลากหลายวิชาชีพ และควรให้ผู้นำในระบอบฟาสซิสม์เป็นคนสุดท้ายที่เป็นผู้เลือกว่าใครบ้างที่จะเข้ามาอยู่ในสภาของฟาสซิสต์

          2. ต่อต้านปัจเจกชนนิยม ประชาชนจะต้องรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่สามารถแยกแยะออกมาได้เป็นแต่ละบุคคลซึ่งมีความเป็นปัจเจกชน ฟาสซิสม์จึงจำเป็นต้องมีท่านผู้นำหนึ่งคน และท่านผู้นำจะเป็นตัวแทนของประชาชนที่รวมตัวกันเป็นหน่วยซึ่งเป็นเอกภาพ

          3. ต่อต้านเสรีนิยม ไม่เปิดโอกาสให้บุคคลมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ไม่เปิดโอกาสบุคคลได้คิดเห็นต่างจากวิธีคิดของฟาสซิสม์

          4. พวกชาตินิยม เพราะชาตินิยมเป็นเครื่องมือที่สามารถทำให้ประชาชนรวมตัวกันเป็นเอกภาพได้มากขึ้นในนามของชาตินิยม

          5. สนับสนุนอุตสาหกรรมและบรรษัทมากกว่าเกษตรกร โดยอุตสาหกรรมและบรรษัทต่างๆจะเป็นฐานอำนาจในทางเศรษฐกิจให้กับเผด็จการฟาสซิสต์

 

เขมรกับลาว ร่วมสร้างกรุงเทพฯ

          เขมร(จาม)ขุดคูเมือง งานก่อสร้างกรุงเทพฯเริ่มจริงๆ เมื่อ พ.ศ. 2326 ให้ทำอิฐขึ้นใหม่บ้าง ให้ไปรื้ออิฐกำแพงเมืองกรุงเก่า(อยุธยา)บ้าง ลงมาก่อสร้างพระนคร

          เกณฑ์เขมรเข้ามาขุดคลองคูพระนครด้านตะวันออก ตั้งแต่วัดบางลำพู(วัดสังเวช) ไปออกแม่น้ำข้างใต้ที่วัดเชิงเลน(วัดบพิตรพิมุข) แล้วให้ชื่อว่าคลองรอบกรุง

          ขุดคลองใหญ่เหนือวัดสะแก(วัดสระเกศ) ให้ชื่อคลองมหานาค เหมือนอย่างคลองมหานาคกรุงเก่า

          เขมรที่ถูกเกณฑ์มีหลายพวก แต่พวกหนึ่งเป็นจามที่เข้ารีตอิสลามอยู่ในเมืองเขมร

          เมื่อขุดคลองแล้ว ก็ตั้งบ้านเรือนอยู่สองฝั่งคลองสืบมาถึงทุกวันนี้ เรียกบ้านครัว (หมายถึงถูกกวาดต้อนมาทั้งครอบครัว เลยเรียกยกครัว กลายเป็นบ้านครัวในปัจจุบัน)

          ลาวสร้างกำแพงเมือง เกณฑ์ลาวเมืองเวียงจัน ตลอดจนหัวเมืองลาวริมแม่น้ำโขงฟากอีสาน เข้ามาขุดรากก่อกำแพงกรุงเทพฯ และสร้างป้อมเป็นระยะๆ รอบพระนคร

          ลาวที่ถูกเกณฑ์ทั้งหมดนี้ไม่ได้กลับถิ่นเดิม เพราะการสร้างบ้านแปลงเมืองไม่ได้เสร็จในคราวเดียว หากทำต่อเนื่องหลายรัชกาล พวกที่เกณฑ์มาจึงตั้งหลักแหล่งกระจายทั่วไปตามแต่นายงานจะสั่งให้อยู่ตรงไหน ทำงานที่ไหน

          ที่สุดแล้วก็สืบโคตรตระกูลลูกหลานตั้งหลักแหล่งถาวรอยู่ในบางกอก กลายเป็นคนกรุงเทพฯทุกวันนี้} else {document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);