มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2557

 

ประชาธิปไตย ไม่นองเลือด

         “ประชาธิปไตยจะไม่มองคนที่เห็นต่างเป็นศัตรู

         เสียงข้างมากจะไม่มองเสียงข้างน้อยเป็นศัตรู เสียงข้างน้อยจะไม่มองเสียงข้างมากเป็นศัตรู

         แต่เสียงข้างมากจะมองเสียงข้างน้อยเป็นคู่แข่งขันในทางการเมือง เสียงข้างน้อยก็มองเสียงข้างมากเป็นคู่แข่งขันในทางการเมือง และแข่งขันในทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ศัตรูทางการเมืองที่จำเป็นจะต้องกำจัดออกไป

         ประชาธิปไตยเป็นวิธีการที่ทำให้มนุษย์สามารถจัดการแก้ปัญหาความขัดแย้งได้อย่างสันติ

         ประชาธิปไตยเป็นวิธีการที่ทำให้มนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่ตนเองไม่ชอบได้โดยไม่ต้องนองเลือด”

         ปิยบุตร แสงกนกกุล สนทนาอภิปรายปกป้องประชาธิปไตย (จัดโดย สปป.) ณ หอประชุม บ.ร. 4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556

 

กรุงเทพฯพันปีที่แล้ว เป็นป่าชายเลน

         ในหนังสือกรุงเทพฯ มาจากไหน? (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2548) ผมเคยเขียนบอกว่ายุคทวารวดี กรุงเทพฯเป็นทะเลโคลนตม

         บัดนี้ต้องทบทวนใหม่ เพราะข้อมูลใหม่อาจจะไม่เป็นอย่างนั้น

         เรือโบราณ 1,000 ปี พบที่ ต. พันท้ายนรสิงห์ อ. เมือง จ.สมุทรสาคร (ต่อเนื่องเขตบางขุนเทียน กทม.) เป็นหลักฐานว่าบริเวณนั้นเป็นป่าชายเลน ใกล้ทะเลอ่าวไทย

         ตรงที่พบเรือโบราณจมอยู่นี้ไม่ใช่ท่าเรือ เอิบเปรม วัชรางกูร (หัวหน้ากลุ่มโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม) บอกผมเมื่อถามว่าเป็นท่าเรือจริงหรือ? (ตามที่สื่อออกข่าวครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ 11 ธันวาคม 2556) แล้วอธิบายเพิ่มเติมว่าตรงนี้อาจเป็นแม่น้ำลำคลองผ่านป่าชายเลนในแผ่นดินเมื่อ 1,000 ปีที่แล้ว หรือมากกว่านั้น จนเรือสินค้าแล่นผ่านมา แล้วมีปัญหาให้ล่มหรือจมลง

         ถ้าอย่างนี้ก็ไม่จริงซะแล้ว ตามที่เคยเชื่อกันทั่วไปว่ายุคทวารวดีเมื่อ 1,000 ปีมาแล้ว หรือราวหลัง พ.ศ. 1000 ฝั่งทะเลเว้าลึกเข้าไปในผืนแผ่นดินภาคกลาง ทางเหนือ ถึง ลพบุรี, ทางตะวันตก ถึงสุพรรณบุรีและนครปฐม, ทางตะวันออก ถึงปราจีนบุรีและนครนายก

         ที่เคยเชื่อว่าบ้านเมืองยุคทวารวดีเป็นเมืองท่าติดชายฝั่งทะเล จึงไม่ใช่อย่างนั้น หลักฐานทางธรณีวิทยา แสดงว่าบ้านเมืองยุคทวารวดีก็เป็นเมืองท่าจริงๆ แต่ไม่ติดชายฝั่งทะเล หากอยู่ลึกเข้าไปภายในดินแดน

         โดยมีแม่น้ำลำคลองจากชายฝั่ง ลึกเข้าไปในแผ่นดินเป็นเส้นทางคมนาคมระหว่างบ้านเมืองที่อยู่ภายใน กับทะเลอ่าวไทย ลักษณะเดียวกับอยุธยายุครุ่งเรืองเป็นบ้านเมืองริมแม่น้ำลำคลองเชื่อมอ่าวไทย หรือ แบบเดียวกับเมืองท่าขนาดใหญ่ของศรีวิชัยที่อยู่ปาเล็มบัง, จัมบี

         อ. ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ (นักวิชาการอิสระ) เคยร่วมงานกับนักธรณีวิทยาจากกรมทรัพยากรธรณี สำรวจบริเวณเมืองอู่ทอง สุพรรณบุรี เล่าว่า

         ตัวอย่างละอองเรณูพืชโบราณที่ค้นพบในบริเวณใกล้เมืองโบราณอู่ทอง ระบุว่าแหล่งน้ำในบริเวณพื้นที่รอบเมืองโบราณแห่งนี้เมื่อ พ.ศ. 1000 เป็นแหล่งน้ำจืดแล้ว แต่แหล่งน้ำจืดดังกล่าวมีร่องรอยของการเป็นทะเลเดิมอย่างน้อยเมื่อราว 6,000 ปีมาแล้ว

         สรุปได้ว่า แผนที่สันนิษฐานชายฝั่งทะเลเดิมยุคทวารวดี เมื่อราว พ.ศ. 1000 ที่ใช้ต่อๆกันมานั้น ควรจะเป็นชายฝั่งทะเลเดิมเมื่อ 6,000 ปีที่แล้ว ส่วนชายฝั่งทะเลในยุคทวารวดี เมื่อพิจารณาจากหลักฐานทางธรณีวิทยาแล้ว ควรกำหนดจากสันดอนบางกอก บริเวณ จ. สมุทรสงคราม, จ. สมุทรสาคร, จ. สมุทรปราการ, และ จ. ฉะเชิงเทรา ตอนล่าง มากกว่า    

         ที่เคยบอกว่ากรุงเทพฯยุคทวารวดีจมอยู่ใต้ทะเลก็ไม่จริง เพราะยุคทวารวดีมี ผืนแผ่นดินป่าชายเลนเป็นชายฝั่งทะเลแล้วถึงเขตบางขุนเทียนที่กรุงเทพฯ

         แต่กรุงเทพฯวันนี้จมอยู่ใต้ปัญหาที่หมักหมมถมทับมานาน เหมือนโคลนตมถมทะเลเมื่อหลายพันปีมาแล้ว