มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2557

 

กบฏมักกะสัน ที่เมืองบางกอก (กทม.)

          ช่วงปลายรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มีความขัดแย้งทางการเมืองในราชสำนักเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างเจ้านายเชื้อพระวงศ์กับขุนนางมีอำนาจ รวมทั้งขัดแย้งกันเองด้วย

          ความขัดแย้งเหล่านั้น ส่งผลให้เกิดกบฏมักกะสันขึ้นที่เมืองธนบุรีขณะกำลังสร้างป้อมเมืองบางกอก

          ลาลูแบร์เดินทางจากราชสำนักฝรั่งเศสถึงกรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 1687 (พ.ศ. 2230) มีบันทึกว่าพวกแขกมักกะสันได้ก่อการกบฏต่อพระเจ้ากรุงสยามเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้าที่จะมาถึงกรุงสยาม

          ครั้งนั้นมีกองทหารต่างชาติที่จ้างไว้รักษาเมืองธนบุรี 2 กอง เป็นทหารโปรตุเกส 40 คน ทหารสัญชาติพื้นเมือง 40 คน

          ทหารพื้นเมืองเหล่านั้นเมื่อรู้ว่าฟอร์บังซึ่งเป็นทหารฝรั่งเศสจะเป็นผู้บัญชาการต่อไป เลยไม่พอใจ แล้วร่วมกันคิดกบฏ

          ก็พอดีกับช่วงนั้นมีแขก“มักกะสัน”กลุ่มหนึ่งราว 300 คน ตั้งบ้านเรือนอยู่ย่านคลองตะเคียน นอกพระนครศรีอยุธยา ได้สมคบกับเจ้านายพื้นเมืองกลุ่มอื่นๆ ก่อความวุ่นวายขึ้น แต่ถูกปราบปรามจนต้องลงเรือหนีล่องตามแม่น้ำผ่านไปทางบางกอก

          เมื่อถูกสกัดกั้นจากกองทหารชาวยุโรปที่รักษาเมือง พวกทหารพื้นเมืองกับพวกแขกมักกะสันเลยผสมโรงกันก่อความวุ่นวายทั่วเมืองธนบุรี ทั้งๆ ที่มีอาวุธประจำตัวเพียงอย่างเดียวคือกริช แต่กองทหารยุโรปมีปืนทันสมัย ก็ต้องล้มตายมากกว่าจึงปราบลงได้

          ฟอร์บังบันทึกว่าฝ่ายทหารรักษาเมืองตายไป 366 คน แต่พวกมักกะสันตายเพียง 17 คน (ถูกฆ่าบนป้อม 6 คน ในวัด 6 คน ในสมรภูมิหน้าป้อม 5 คน)

          ชื่อ“มักกะสัน”เพี้ยนจากชื่อหมู่เกาะมากัสสาร์ (Macassar ปัจจุบันอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย) แต่คนที่ถูกเรียกว่าแขกมักกะสัน มีทั้งมาจากเกาะมากัสสาร์และเกาะเซลีเบส (Celebes) ที่อยู่ใกล้เคียง ฟอร์บังได้เขียนบันทึกไว้ตอนหลังถึงคนกลุ่มนี้ว่า

          “คนเหล่านี้มาจากเกาะเสลีเบสหรือเกาะมักกะสัน เคร่งในศาสนามะหะหมัดและถือลางเชื่อคาถาอาคมที่พวกอิหม่ามแจกจ่ายให้มียันต์ผูกไว้ที่แขน เพราะได้รับคำสั่งสอน ว่า   ถ้ามีไว้ติดตัวก็ไม่มีใครทำอันตรายได้”

          “ชาวเกาะพวกนี้รูปร่างปานกลาง เนื้อสีดำแดง เป็นคนแคล่วคล่องว่องไวมาก มีเครื่องแต่งกายคือ กางเกงขาสั้นแนบกับเนื้อ เสื้อแขนสั้นสีขาว หรือสีเทาคล้ายเสื้ออังกฤษ หมวกชนิดหนึ่งมีผ้าพันกว้างประมาณสามนิ้ว ไม่สวมถุงน่อง มีแต่รองเท้าแตะ มีผ้ารัดพุงสอดกริชอาวุธของมัจจุราช”