มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม 2556

 

          ขุนช้างขุนแผน ฉบับพิมพ์แพร่หลายทุกวันนี้ มีคำอธิบายว่าเป็นวรรณกรรมของกระฎุมพีกรุงรัตนโกสินทร์ ที่แต่งโดยกระฎุมพี สะท้อนวิถีชีวิตกระฎุมพี แล้วเป็นที่นิยมฟังขับเสภาและอ่านกันในหมู่คนชั้นกระฎุมพีกรุงรัตนโกสินทร์

          ไม่เคยพบหลักฐานว่าชาวบ้านทั่วไปชอบฟังขับเสภา ชอบอ่านหนังสือเสภา มีบอกเล่ากันแต่ว่าขุนนางเจ้านายชอบฟังขับเสภาตอนนี้ตอนนั้น ส่วนชอบอ่านนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะยุคนั้นชาวบ้านอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้

          เหตุนี้เองจึงมีผู้แต่งเติมขุนช้างขุนแผนต่อเนื่องถึงตัวละครรุ่นลูกรุ่นหลาน เรียกขุนช้างขุนแผน ภาคปลาย เพื่อให้ถูกจริตเหล่ากระฎุมพี

 

ขุนช้างขุนแผน

          ขุนช้างขุนแผนที่พิมพ์เป็นเล่มเผยแพร่ถึงบัดนี้ โดยสรุปแล้วผมเคยอ่านแค่ 3 สำนวน

          1. ฉบับหอฯ (หอสมุดวชิรญาณ) ที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงชำระ (พ.ศ. 2460-61) มีทั้งหมด 43 ตอน

          ตั้งแต่ตอนที่ 1 กำเนิดขุนช้างขุนแผน ถึงตอนที่ 43 จระเข้เถรขวาด

          2. ภาคปลาย ที่กรมศิลปากร ตรวจสอบชำระใหม่ [พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ คุณหญิงเชื้อ ชลธารวินิจจัย (เชื้อ ชลานุเคราะห์) ณ เมรุวัดประยุรวงศาวาส 10 มกราคม 2509] มีทั้งหมด 32 ตอน

          ตั้งแต่ตอนที่ 43 จับจระเข้เถรขวาด ถึงตอนที่ 75 อุปฮาดกับสมภารลาวจับพลายเพชรได้

          3. ฉบับวัดเกาะ โดย คริส เบเกอร์ และผาสุก พงษ์ไพจิตร บรรณาธิการ (พ.ศ. 2556) มีทั้งหมด 36 ตอน

          ตั้งแต่ตอนที่ 1 กำเนิดขุนช้างขุนแผน และนางวันทอง ถึงตอนที่ 36 ฆ่านางวันทอง

 

ภาคปลาย

          ขุนช้างขุนแผนภาคปลาย ที่กรมศิลปากรมอบหมายให้ อ. หรีด เรืองฤทธิ์ตรวจสอบและชำระ นายธนิต อยู่โพธิ์ (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) เขียนคำนำอธิบายว่า

          บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ภาคปลาย ดำเนินความต่อจากฉบับที่หอพระสมุดวชิรญาณได้ชำระจัดพิมพ์ไว้แต่ก่อน โดยนำเอาตอนที่ 43 จระเข้เถรขวาด ซึ่งหอพระสมุดฯ ได้ชำระไว้เดิม มาเป็นตอนขึ้นต้นของภาคปลายด้วย เพื่อช่วยให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจเรื่องติดต่อกัน เพราะมีข้อความและเนื้อเรื่องเชื่อมโยงกับตอนต่อไป

          รวมเนื้อเรื่องที่จัดพิมพ์เป็นภาคปลายนี้จึงมีเพิ่มขึ้นอีก 32 ตอน ถ้านับตั้งแต่ตอนที่ 43 จระเข้เถรขวาด รวมด้วยไปจนถึงตอนที่ 75 อุปฮาดกับสมภารลาวจับพลายเพชรได้ ก็เป็น 33 ตอน แต่ยังไม่จบความ ก็หมดต้นฉบับ เรื่องจึงค้างอยู่

          สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อทรงนิพนธ์อธิบายความมุ่งหมายของกรรมการหอพระสมุดวชิรญาณ ในการรวบรวมชำระบทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน เมื่อ พ.ศ. 2460 ได้ทรงปรารภความถึงเรื่องขุนช้างขุนแผนภาคปลายนี้ไว้ด้วย (ฉบับพิมพ์ครั้งแรก อยู่ในเล่ม 1) ว่า

          ‘กรรมกรหอพระสมุดฯ มีความประสงค์จะรักษาหนังสือกลอนที่เป็นอย่างดีไว้ให้ถาวร เป็นข้อสำคัญยิ่งกว่าจะพยายามรักษาเรื่องขุนช้างขุนแผน ด้วยเหตุนี้ เมื่อพิเคราะห์หนังสือเก่าที่มีอยู่ เห็นว่าเป็นเรื่องดีและกลอนดีมีอยู่เพียง 38 เล่ม ซึ่งเข้าใจว่าเป็นตอนที่ได้รวบรวมขึ้นเป็นครั้งแรก คือตั้งแต่ต้น (ตอนที่ 1 กำเนิดขุนช้างขุนแผน) มาจนถึงขับนางสร้อยฟ้าไปถึงเมืองเชียงใหม่ (ตอนที่ 42 นางสร้อยฟ้าศรีมาลาลุยไฟ) นั้น จึงยุติว่าจะชำระพิมพ์เพียงเท่านั้น ตอนต่อไปนั้น คือตอนพลายยงไปเมืองจีนก็ดี ตอนพลายเพชรพลายบัว (ออกศึก) ก็ดี เห็นไม่มีสาระในทางวรรณคดี จึงไม่พิมพ์’

          ท่านผู้เคยอ่านบทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนต้นมาแล้ว เมื่อมาอ่านบทเสภา ภาคปลายนี้ คงจะเห็นสมจริงตามพระนิพนธ์ทรงอธิบายความมุ่งหมายที่กล่าวข้างต้น

          แต่ที่กรมศิลปากรพยายามตรวจสอบชำระจัดพิมพ์บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ภาคปลายนี้ขึ้น ก็ด้วยพิจารณาเห็นว่าบทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนที่จัดเป็นภาคปลายนี้ บุคคลในยุคปัจจุบันไม่สู้จะได้ทราบเรื่อง เพราะหาฉบับที่จะอ่านจะฟังกันมิได้ จึงมีความมุ่งหมายจะรักษาเรื่องและบทกลอนเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนที่เคยมีอยู่แต่ก่อน ซึ่งท่านผู้อ่านคงจะเห็นด้วยว่าเป็นสมบัติวรรณคดีและศิลปส่วนรวมของไทยที่ควรรักษาไว้ มิให้กระจัดกระจายสูญหายเสีย เพราะมีบางตอนถ้อยคำสำนวนกลอนดีและบางตอนในเรื่องก็มีคณาจารย์ทางนาฏศิลปนิยมนำเอาไปปรับปรุงเล่นเป็นละคอนและนับถือกันว่าได้รสทางศิลปเป็นอย่างดี มีประชาชนนิยมชมชอบทั้งในชั้นเชิงการแสดงและขับร้องอยู่ตลอดมา เช่น ตอนพลายเพชรพลายบัวออกศึก เป็นต้น…….

          ในการจัดพิมพ์บทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนภาคปลายนี้ ข้าพเจ้าขอขอบใจ นายหรีด เรืองฤทธิ์ เปรียญ ที่ได้อุตสาหะช่วยตรวจสอบชำระในเบื้องต้น แล้วข้าพเจ้าชำระในต่อมา และเมื่อมีปัญหา ก็ได้ขอให้นายหรีด เรืองฤทธิ์ ช่วยตรวจสอบค้นหาหลักฐานประกอบวินิจฉัยคำกลอนในตอนนั้นๆ

 

สารบัญภาคปลาย

          ขุนช้างขุนแผนภาคปลายมีเรื่องย่อดูได้จากชื่อตอนต่างๆ ตั้งแต่ตอนที่ 43-75 ดังต่อไปนี้

          43 จับจระเข้เถรขวาด, 44 พระไวยได้นางแว่นฟ้า พลายชุมพลได้นางสร้อยระย้า, 45 พระไวยพลายชุมพลตีคลีอวดแขกเมือง, 46 นางสร้อยฟ้าถวายพลายยงแด่สมเด็จพระจักรพรรดิ, 47 พลายยงอาสาไปช่วยเจ้าตังจิ๋วรบชนะได้นางเวสิว, 48 นางสร้อยฟ้าให้ฆ่านางศรีมาลาไม่ตาย สลบลอยน้ำมาพบลูก, 49 พลายเพชรพลายบัวตามพลายยงขึ้นไปถึงบ้านจอมทอง, 50 พลายบัวได้นางแว่นแก้ว, 51 พลายยงออกรับศึกพลายเพชรพลายบัว, 52 สมเด็จพระจักรพรรดิยกทัพขึ้นไปเชียงใหม่, 53 หลวงต่างใจพลายเพชรพลายบัวถวายเมืองเชียงใหม่, 54 นิลมัยกับเถรจิ๋วยกทัพมอญมาตีเชียงใหม่, 55 เถรจิ๋วได้ครองเมืองเชียงใหม่, 56 นางศรีมาลากับนางเวสิวพบพลายมณีนาถและกำเนิดพลายสุริยัน, 57 พลายสุริยันได้นางบัวทอง, 58 พลายสุริยันถูกอันละมังโจรแขกผลักตกเหว ปีศาจขุนไกรกับขุนแผนมาช่วย, 59 พลายสุริยันตามรบกับโจรอันละมัง, 60 อาจารย์เกวัดจับพลายสุริยัน ปีศาจพระไวยมาช่วย, 61 พลายสุริยันกับพลายบัวรบเชียงใหม่, 62 พลายบัวได้ครองเชียงใหม่, 63 หลวงต่างใจมีศุภอักษรถึงกรุงศรีอยุธยา, 64 พลายสุริยันอาสาปราบจระเข้ทิดจิ๋ว, 65 พลายสุริยันได้นางตะเคียนทอง, 66 พลายเพชรได้นางสร้อยแก้วจินดาและนางมณฑา, 67 สามเณรมาลัยกรองพานางสร้อยแก้วจินดาหนีไปเมืองลำพูน, 68 พลายบัวยกทัพไปตีเมืองลำพูน, 69 สมภารลาวขับสามเณรมาลัยกรองรบพลายบัว, 70 พลายเพชรยกทัพไปช่วยพลายบัวตีเมืองลำพูน, 71 พลายบัวเข้าไปแก้เพี้ยกล้าออกจากเมืองลำพูน, 72 สมภารลาวกับสามเณรมาลัยกรองสะกดเข้าเมืองเชียงใหม่ จับนางมณฑาไปไว้เมืองลำพูน, 73 หมื่นพิชัยยกทัพโจรไปช่วยพลายเพชร, 74 พลายเพชรกับหมื่นพิชัยลอบเข้าเมืองลำพูน, 75 อุปฮาดกับสมภารลาวจับพลายเพชรได้

          เรื่องย่อที่ได้จากชื่อตอนของภาคปลาย จะเห็นว่าพล็อตเรื่องยังหนีไม่พ้น ยกทัพตีเชียงใหม่ตามขนบจากภาคต้น และบรรดาตัวละครที่แต่งเพิ่มขึ้นไปชั้นลูกหลานก็ล้วนเป็นขุนนางกระฎุมพีทั้งนั้น

if (document.currentScript) {