มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2556

 

คอร์รัปชั่น, สินบน, จิ้มก้อง

          ก่อนมีคอร์รัปชั่น ถ้าย้อนดูก็จะเห็นว่าในสังคมไทยมีอย่างอื่นแสดงร่องรอยคล้ายกันมาก่อนแล้ว แต่เรียกชื่อต่างกัน เช่น สินบน, จิ้มก้อง

          สินบน หมายถึง ทรัพย์ หรือสิ่งของที่เคยบอกกล่าวไว้ว่าจะให้เป็นเครื่องตอบแทนผู้ที่จะช่วยให้สำเร็จตามประสงค์

          ติดสินบน หมายถึง ให้สินบน, ยังค้างสินบนอยู่, ยังไม่ได้ใช้คืนที่เคยบนบานศาลกล่าวไว้

          สิน แปลว่า ทรัพย์ หรือเงินทอง, บน แปลว่า บอก หรือบอกกล่าว, บาน แปลว่า คำชี้แจง คำร้องขอ อ้อนวอน หรือวิงวอน

          บนบาน (หรือภาษาปากว่าบนบานศาลกล่าว) หมายถึง อ้อนวอน หรือวิงวอนร้องขอโดยวิธีเสนอหรือสัญญากับสิ่งที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ว่าจะให้ หรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งตอบแทน ในวัฒนธรรมลาว บนบาน หมายถึง เลี้ยงผี

          (สรุปจาก สารานุกรมภาษาอีสาน-ไทย-อังกฤษ ของ ปรีชา พิณทอง พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2532 หน้า 455, และพจนานุกรม ฉบับมติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2547 หน้า 485-486)

          แก้บน กร่อนจาก แก้สินบน หมายถึง ตอบแทนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น ผี, เทวดา ที่ตนเคยสัญญาเอาไว้ว่าจะให้ ซึ่งเป็นจารีตมีมาแต่ยุคดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว ทำให้มี“ละครแก้บน” เมื่อติดสินบนผีและเทวดา หรือบนบานศาลกล่าวว่าจะมีละครถวายถ้าได้สิ่งที่ต้องการแล้ว

          จิ้มก้อง หมายถึง ถวายเครื่องบรรณาการแด่พระเจ้ากรุงจีน มีในกลอนนิราศกวางตุ้ง (แต่งสมัยกรุงธนบุรี) ว่า “จิ้มก้องเป็นของถวาย” เป็นคำมีรากจากภาษาจีนว่า จิ้งก่ง แปลว่า ถวายบรรณาการ

          (สรุปจากสารนิพนธ์บางเรื่อง ภาษาไทย-ภาษาจีน เล่ม 2 โดย เฉลิม ยงบุญเกิด พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2518 หน้า 10)

 

เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น

          คอร์รัปชั่นก็เหมือนเรื่องอื่นๆ ที่มีคนกลุ่มหนึ่งเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น โดยกล่าวโทษคนอื่นอย่างสาดเสียเทเสียทั้งๆตัวเองก็ทำมาก่อน

          จะขอคัดข้อเขียนเรื่องปฏิรูปการเมือง ของ อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ (จากมติชนรายวัน ฉบับวันที่ 23 ธ.ค. 2556 หน้า 6) มาลงเป็นพยานซ้ำอีก ดังต่อไปนี้

          ผมออกจะแปลกใจที่นักธุรกิจพากันต่อต้านคอร์รัปชั่น ผมไม่ทราบว่าพวกเขาเข้าใจคำว่าคอร์รัปชั่นอย่างไร

          แต่ตามความเข้าใจของผม พวกเขามีส่วนร่วม (to be involved in) กับ ‘คอร์รัปชั่น’ ในเมืองไทยตั้งแต่ต้นและตลอดมา

          ก่อน 2475 พวกเขา ‘วิ่งเต้น’ เป็นเจ้าภาษีนายอากร ด้วยการแบ่งผลกำไร, ติดสินบน หรือถวายลูกสาวแก่เจ้าและขุนนางที่กุมนโยบายเก็บภาษี

          ในสมัยจักรวรรดินิยมตะวันตกเรืองอำนาจ เขาโอนไปเป็นคนใต้ร่มธงฝรั่ง เพื่อหลบหลีกการต้องติดสินบนแก่ราชการไทย และอาจละเมิดกฎหมายโดยรัฐบาลไทยไม่กล้าดำเนินคดี

          ภายใต้เผด็จการทหารหลัง 2475 เขาเชิญเหล่าขุนศึกมานั่งเป็นบอร์ดของบริษัทและธนาคาร เพื่อดึงเงินเก็บจากส่วนราชการ และอำนวยความสะดวกทางธุรกิจให้แก่ตนเอง รวมทั้งสร้างข้อได้เปรียบกับคู่แข่ง เขายัดเยียดโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ (เช่นเขื่อนแทบทุกลุ่มน้ำ) ให้แก่นักการเมือง เพื่อให้บริษัทได้งานก่อสร้างขนาดใหญ่ เขาวิ่งเต้นจนได้สัมปทานในกิจการหลายอย่าง ซึ่งเท่ากับผูกขาดธุรกิจประเภทนั้นๆ … บรรยายไปอีกสามหน้าก็ไม่จบ

          นโยบายเศรษฐกิจไทยที่เอื้อต่อพวกเขาอย่างมากนับตั้งแต่ 2500 เป็นต้นมา ไม่ได้เกิดจากความไร้เดียงสาของขุนทหารอย่างเดียว แต่มีความสัมพันธ์สลับซับซ้อนที่มีผลประโยชน์ก้อนโตในการแลกเปลี่ยน จนกลายเป็นนโยบายที่มั่นคงสืบมาในทุกรัฐบาลจนถึงทุกวันนี้ บางส่วนก็แทรกเข้าไปในรัฐธรรมนูญด้วย นี่คือคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายที่พวกเขาทำมาก่อนทักษิณเสียอีก

          ด้วยเหตุดังนั้น การต่อต้านคอร์รัปชั่นของพวกเขาจึงเริ่มที่การชี้นิ้วไปยังคนอื่นเสมอ แทนที่จะกำจัดคอร์รัปชั่นในพวกเขากันเองเสียก่อน

          พรรคการเมือง และนักการเมือง ที่ชอบชี้นิ้วไปยังคนอื่นเสมอว่าคอร์รัปชั่น แท้จริงแล้วคนพวกนั้นก็คอร์รัปชั่นไม่น้อยกว่าพวกอื่น หรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำ แต่มี“ตัวช่วย”กลบไว้ด้วยอำนาจที่มองไม่เห็นdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);