มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2556

 

อุบายมารยา เพื่ออำนาจ

           “ผู้ปกครองต้องเป็นนักโกหกที่ดี และนักหลอกลวงที่เก่ง”

           “—–ผู้ปกครองซึ่งประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง มักเป็นผู้ไม่รักษาคำพูด

           แต่เป็นผู้รู้จักใช้เล่ห์กลหลอกลวงอย่างฉลาดต่างหาก และในที่สุดเขาก็จะชนะคนอื่นๆ ซึ่งปฏิบัติแต่ภายในกรอบที่ซื่อสัตย์เท่านั้น”

           ข้อความยกมานี้เป็นของนิโคไล มาคิอาเวลลี ได้จากเชิงอรรถหนังสือการเมือง“อุบายมารยา”แบบมาคิอาเวลลี (Macchiavelli) ของพระเจ้าปราสาททอง (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2549)

           มีบทความเรื่องสำคัญชื่อ คำสอนทางการเมืองของวัน วลิต (เยเรเมียส ฟอน ฟลีท) หรือวิเทโศบายของพระเจ้าปราสาททอง โดย อ. สมบัติ จันทรวงศ์ (พิมพ์ครั้งแรกในวารสารธรรมศาสตร์ ฉบับมิถุนายน-กันยายน พ.ศ. 2519)

           นิโคไล มาคิอาเวลลี เป็นนักปรัชญาการเมืองสมัยใหม่แห่งเมืองฟลอเรนซ์ อิตาลี มีชีวิตอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1469-1527 (ตรงกับ พ.ศ. 2012-2070 ในแผ่นดินพระบรมไตรโลกนาถ ถึงพระรามาธิบดีที่ 2 ยุคต้นอยุธยา)

           พระเจ้าปราสาททอง เสวยราชย์ที่อยุธยา ระหว่าง พ.ศ. 2172-2199 เป็นช่วงเวลาหลังเสียกรุงครั้งแรก (พ.ศ. 2112) อยุธยามีความตึงเครียดสูงมากทางการเมืองภายใน อันเนื่องจากการเติบโตทางอำนาจของขุนนาง จึงทำให้สถานะของราชวงศ์ที่มีมาก่อนไม่มั่นคง มีปัญหาชิงอำนาจแย่งราชสมบัติทุกรัชกาล

           แต่ขณะเดียวกันอิทธิพลจากภายนอกก็มีบทบาทมากขึ้นทั้งด้านการค้าและการเมือง รวมถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ก้าวหน้าจากยุโรปแพร่เข้ามา แล้วมีอำนาจสูง เช่น ปืน ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางเศรษฐกิจการเมือง และสังคมวัฒนธรรม

           พระเจ้าปราสาททอง เดิมเป็นขุนนางมีอำนาจมาก เป็นผู้นำทางการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง แล้วสถาปนาตนเองเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ด้วยวิเทโศบายที่เทียบได้กับการเมืองแบบมาคิอาเวลลี เมื่อราว 100 ปีก่อนหน้านั้น

           อ. สมบัติ อ้างอิงคำอธิบายจากหนังสือชื่อ Prince ของมาคิอาเวลลี เพื่อเทียบเคียงวิเทโศบาย หรืออุบายมารยาทางการเมืองของพระเจ้าปราสาททอง ผมอ่านแล้วสนุกตื่นเต้นเร้าใจ จะขอคัดมาเป็นตัวอย่างอีกดังนี้

           “ผู้ปกครองที่ฉลาดสุขุมจึงไม่สามารถ และไม่ควรที่จะรักษาคำพูดเสมอไป ถ้าทำเช่นนั้นแล้วมันจะทำให้เขาเสียประโยชน์”

           “ผู้ปกครองที่ประสบผลดีในบั้นปลาย คือผู้ปกครองที่รู้จักเลียนแบบวิธีของสุนัขจิ้งจอก

           แต่ผู้ปกครองก็จำต้องปิดบังธรรมชาติอันนี้ของตัวให้ดี คือต้องเป็นนักโกหกที่ดี และนักหลอกลวงที่เก่ง”

           มาคิอาเวลลี เขียนบอกไว้ที่อิตาลี มากกว่า 500 ปีมาแล้ว ตรงกับไทยยุคต้นอยุธยา แต่ในไทยทุกวันนี้ยังมีให้เห็นอย่างน่าอัศจรรย์

 

อยากได้ แต่แสร้งทำเป็นไม่อยาก

           วิเทโศบายของพระเจ้าปราสาททองฯ บทความของ อ. สมบัติ จันทรวงศ์ บอกอีกว่า

           พระเจ้าปราสาททอง เป็นมหาดเล็กสามัญชนในแผ่นดินพระเอกาทศรถ แล้วเลื่อนตำแหน่งเป็นขุนนางมีอำนาจมากในแผ่นดินพระเจ้าทรงธรรม

           ทันทีที่แผนการผลักดันให้พระเชษฐาธิราช(โอรสพระเจ้าทรงธรรม)ขึ้นครองราชย์ประสบผลสำเร็จ พระเจ้าปราสาททองก็ดำเนินการสร้างอำนาจให้แก่ตนเองต่อไปโดยการแนะนำให้พระเชษฐาแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งต่างๆ ที่ว่างลง

           โดยการกราบทูลพระเจ้าแผ่นดินว่าควรจะให้แก่ผู้ที่มีความดีความชอบเป็นพิเศษหรือผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยความซื่อสัตย์

           และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวของพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งจะได้ตำแหน่งออกญากลาโหม เพราะได้ว่าการในตำแหน่งนี้อยู่แล้วนั้น นับว่าสำคัญมาก เพราะตำแหน่งควบคุมทหารทั้งกองทัพ แต่ก็พร้อมที่จะรับตำแหน่งที่ต่ำกว่า ถ้าการกระทำดังกล่าวจะทำให้ฐานะของพระเจ้าแผ่นดินปลอดภัย

           คำกราบทูลดังกล่าวทำให้พระเชษฐายิ่งทวีความเชื่อในตัวพระเจ้าปราสาททองมากยิ่งขึ้น จึงแต่งตั้งให้พระเจ้าปราสาททองเป็นออกญากลาโหม(ให้น้องชายของพระเจ้าปราสาททองเป็นออกญาศรีวรวงศ์) และพระราชทานทรัพย์สมบัติที่ริบจากขุนนางถูกลงอาญา ถูกเนรเทศหรือถูกไล่ออกให้กับขุนนางซึ่งพระเจ้าปราสาททองเสนอชื่อ และส่วนมากเป็นผู้ที่ขึ้นอยู่กับพระเจ้าปราสาททองเองยิ่งกว่าขึ้นกับพระเจ้าแผ่นดิน

           วิธีการสร้างความศรัทธาในตัวของตนด้วยการปฏิเสธตำแหน่ง ที่แท้จริงแล้วตนเองต้องการนั้น เป็นวิธีการทางจิตวิทยาง่ายๆ ที่พระเจ้าปราสาททองใช้อยู่ตลอดเวลาในการสร้างฐานอำนาจของตน}