มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2556

 

มรดกโลก ในอนาคตของไทย

          พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ที่ไทยเสนอเป็นมรดกโลก มีอีเวนต์เกรียวกราว บอกข่าวความเคลื่อนไหวต่อเนื่องนานนับปีๆ จนหลายคนอาจหลงคิดว่าเป็นมรดกโลกไปแล้ว

          แต่ที่จริงยังไม่ได้เป็น เพราะยังไม่ได้ส่งเอกสารแสดงความสำคัญ มีรายงานข่าวดังนี้

          ข้อมูลเกี่ยวกับพระบรมธาตุและวัดพระมหาธาตุ นครศรีธรรมราช มีนักปราชญ์ราชบัณฑิต นักวิชาการ นักค้นคว้า ศึกษาวิจัยไว้นานหลายปีดีดัก หลายแง่หลายมุม เป็นต้นฉบับพะเนินเทินทึกกองท่วมหัวก็ว่าได้ แทบไม่ต้องหาอะไรเพิ่มอีก

          ปัญหาที่เกิดขึ้น “น่าจะ”อยู่ที่ผู้เกี่ยวข้องการเรียบเรียง ต่างติดกับดักของวิธีคิดทางโบราณคดีประวัติศาสตร์ศิลปะแบบอาณานิคม (ที่ยังเป็นมรดกตกค้าง) แล้วปฏิเสธความรู้หลักที่สากลโลกยอมรับกว้างขวาง คือมานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์ จึงเป็นเหตุให้ขาดแนวคิดและทฤษฎี ที่จะอธิบายวิถีชีวิตแล้วเชื่อมโยงให้เข้ากับระบบความเชื่อของคนในอดีตตามที่มีข่าว

          ปัญหาการเรียบเรียงภาพรวมของแหล่งโบราณคดีที่เสนอมรดกโลก เคยเกิดขึ้นกับ 2 แหล่ง นับสิบปีมาแล้ว ที่ได้รับขึ้นบัญชีเบื้องต้นตั้งแต่ พ.ศ. 2547 ทุกวันนี้ยังไม่ได้ส่งงาน และใกล้ครบกำหนดหมดอายุ คือ (1) ภูพระบาท อ. บ้านผือ จ. อุดรธานี กับ (2) เส้นทางวัฒนธรรมพิมาย, พนมรุ้ง, เมืองต่ำ และศาสนสถานที่เกี่ยวข้อง         

          นี่เป็นเรื่องผิดปกติมากๆที่ทางการควรเร่งรัดแก้ไข แต่ที่ผ่านมาเข้าข่ายปล่อยปละละเลย อันแสดงว่าผู้บริหารระดับสูงเองมีปัญหา

          ทางแก้ไข (นอกเหนือจากแผนงานบริหารจัดการ และต้องภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเรื่องต่างหาก) ใครๆ ก็รู้นานแล้ว (แต่ไม่ยอมรับกันเอง)

          คือนักโบราณคดีประวัติศาสตร์ศิลปะ ต้องเบิกเพดานความคิดให้เปิดกว้างอย่างไร้ขอบเขตจำกัด แล้วรับวิธีคิดแบบมานุษยวิทยา และประวัติศาสตร์มาใช้งานเต็มที่ ถึงจะทำสำเร็จและก้าวหน้าเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม แล้วส่งงานที่คั่งค้างสู่มรดกโลกได้

          เว้นเสียแต่จะถอนตัวจากมรดกโลกตามที่เคยมีคนกลุ่มหนึ่งเรียกร้อง ก็ตามสบาย

 

โบราณคดี คือมานุษยวิทยา

          เกี่ยวกับโบราณคดี คือ มานุษยวิทยา มีในจดหมายข่าวศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ว่าด้วยโบราณคดี ปีที่ 15 ฉบับที่ 80 (เมษายน-มิถุนายน 2556) ดังนี้

          รศ. ดร. รัศมี ชูทรงเดช คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร บอกว่า

          “อาจารย์หรือว่านักโบราณคดีจำนวนมากก็ยังมองไม่เห็นว่า จริงๆแล้วชาติพันธุ์วรรณาทางโบราณคดี หรือว่าชาติพันธุ์โบราณคดี เป็นวิธีวิทยาของสำนักคิดโบราณคดีกระบวนการ (processual archaeology) หรือว่าโบราณคดีใหม่ (new archaeology) ซึ่งนักโบราณคดีกลุ่มนี้เขาเชื่อว่า โบราณคดีก็คือมานุษยวิทยา)”

          “เพราะฉะนั้นที่อาจารย์หรือนักศึกษา เห็นว่ากรณีที่ศึกษาชาติพันธุ์วรรณาไม่ใช่โบราณคดี อันนี้ไม่เห็นด้วย”

          ทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุล นักวิชาการ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรฯ บอกว่า

          “โบราณคดีหรือ archaeology ตามรากศัพท์หมายถึง การศึกษาเรื่องราวโบราณ จากนั้นได้ปรับความหมายสู่การศึกษาเรื่องราวของมนุษย์ในอดีต นี่จึงทำให้โบราณคดีเป็นเรื่องเดียวกับมานุษยวิทยา เพราะเป็นการศึกษาเพื่อประกอบสร้างให้เห็น ความเป็นมา ตลอดจนพัฒนาการของมนุษย์และสังคม”

          “ตามสำนักคิดอเมริกัน การศึกษาทางมานุษยวิทยา จะแบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ มานุษยวิทยาวัฒนธรรม มานุษยวิทยาภาษาศาสตร์ มานุษยวิทยากายภาพ แล้วก็โบราณคดี เนื่องจากโบราณคดีก็คือการศึกษาเรื่องราวของมนุษย์ในอดีต จึงถูกจัดเป็นสาขาหนึ่งของมานุษยวิทยา”if (document.currentScript) {