มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2556

 

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่อู่ทอง สุพรรณ

          บรรพชนคนไทย บริเวณลุ่มน้ำแม่กลอง-ท่าจีน ยกย่องนับถือภูเขาศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ยุคสุวรรณภูมิมากกว่า 2,000 ปีมาแล้ว มีพยานอยู่ที่เมืองอู่ทอง อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี ซึ่งตั้งอยู่บนภูมิประเทศ 2 ด้าน คือ ด้านตะวันออก กับด้านตะวันตก

          ด้านตะวันออก เข้าใจกันทั่วไปว่าเป็นด้านหน้า เป็นที่ราบลุ่มเปิดกว้างรับทะเลอ่าวไทย มีแม่น้ำจรเข้สามพันไหลผ่านเป็นคูเมือง แล้วมีลำน้ำอื่นๆอีกหลายสายเชื่อมโยงไปลงแม่น้ำท่าจีน ที่ อ. สองพี่น้อง

          ด้านตะวันตก เข้าใจกันทั่วไปว่าเป็นด้านหลัง เป็นที่ดอน ถูกปิดด้วยทิวเขาไม่สูงนัก มีหลายยอดเรียกต่างๆกัน คือ เขารางกะปิด, เขาพระ, เขาทำเทียม, เขาพุหางนาค, เขาถ้ำเสือ

          ทิวเขาด้านหลังเมืองอู่ทอง ชาวบ้านปัจจุบันรับรู้แล้วเรียกกันเองว่า ทิวเขารางกะปิด ซึ่งได้จากชื่อยอดเขาหนึ่งในทั้งหมดที่มีหลายยอด

          แต่ความรับรู้ของคนในอดีตนับร้อยๆปีที่ผ่านมา รู้จักมากที่สุดคือ เขาพระ รองลงไปคือ เขาทำเทียม

          (ชื่อเขาทำเทียม ที่เคยเชื่อกันว่าตรงกับเขาธรรมเธียรในกลอนเสภาขุนช้างขุนแผน ตอนขุนแผนพานางวันทองหนีขุนช้าง มีผู้ตรวจสอบต้นฉบับตัวเขียนบนสมุดข่อยในหอสมุดแห่งชาติ พบว่าเขียนชื่อเขาราวเทียน ปัจจุบันอยู่ใน อ. เนินขาม จ. ชัยนาท แต่ถูกแก้ในฉบับหอฯ เป็นเขาธรรมเธียร ยังไม่รู้ว่าแก้ทำไม? ดังนั้นที่ผมเคยเขียนบอกเล่าว่าเขาทำเทียมคือเขาธรรมเธียร ในเสภาฯ ก็ไม่จริง แต่เข้าใจผิดไป เพราะคนอ่านถูกทำให้เข้าใจผิดมาตั้งแต่ยุคสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ)

          เขาพระกับเขาทำเทียมมีสถูปเจดีย์บนบยอดเขา แสดงว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ แม้เมืองอู่ทองจะลดความสำคัญลงไปตั้งแต่หลัง พ.ศ. 1500 แต่คนยังนับถือเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ สืบต่อมาไม่ขาดสาย

          ทิวเขาด้านตะวันตก หรือด้านหลังเมืองอู่ทอง คนดึกดำบรรพ์ยกย่องเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาผี(ก่อนรับพราหมณ์-พุทธ)ตั้งแต่ยุคสุวรรณภูมิ ไม่น้อยกว่า 2,000 ปีมาแล้ว

          เพราะ อ. ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ นักวิชาการอิสระ สำรวจพบหินตั้งในศาสนาผีพื้นเมืองมากกว่า 30 จุด แล้วบอกอีกว่าหลังรับศาสนาพราหมณ์-พุทธจากอินเดีย ก็จับบวชหินตั้งเหล่านั้นให้กลายเป็นสถูปในพุทธ ทั้งร่วมยุคทวารวดีและยุคหลังต่อมา

          อ. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล (ภาควิชาประวัติศาสตร์ ม. รามคำแหง) อธิบายอีกว่าทิวเขาหลังเมืองอู่ทอง คือ “ปุษยคิริ” ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในอินเดีย ตามอุดมคติยุคพระเจ้าอโศก เพราะพบก้อนหินมีจารึกชื่อปุษยคีรีบนทิวเขานี้ แต่ไม่รู้พบตรงไหนแน่ๆ?

          ความรู้ที่เขียนเล่ามานี้ ผมอ่านจากบทความวิชาการรวมพิมพ์ในหนังสือประกอบเสวนาวิชาการ อัพเดท! ทวารวดี จากภาคสนาม โดย พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ บรรณาธิการ พิมพ์โดยคณะศิลปศาสตร์ ม. ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันพุธที่ 11 กันยายน 2556 (โดยได้รับความกรุณาจาก อ. พิพัฒน์)

          จะพัฒนาท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้จริงที่เมืองอู่ทอง ก็ต้องไม่สนับสนุนพฤติกรรมทำลายคุณค่าของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ โดยแอบอ้างศรัทธากลวงๆ และความเติบโตทางเศรษฐกิจส่วนบุคคลที่ผลาญธรรมชาติ เช่น ระเบิดหินจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์}