Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2556

 

อนุรักษนิยมทางวัฒนธรรมในไทย

          สังคมไทยเคลื่อนไหวสุดขั้วทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยมโลกาภิวัตน์ (ที่ อ. เสกสรรค์ ประเสริฐกุล เรียกทุนนิยมไร้พรมแดน)

          แต่ทางสังคมวัฒนธรรมเป็นไปแบบอนุรักษนิยมสุดลิ่มทิ่มประตู โดยมีลักษณะหยุดนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ทั้งในสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย (ที่ อ. เสกสรรค์ บอกว่าถูกดัดแปลงเป็นโรงเลี้ยงเด็กของชนชั้นกลาง) และในกระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้อง

          ส่งผลถึงโครงสร้างการบริหารจัดการงานวัฒนธรรมในไทยมีปัญหา เช่น

          การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นไม่ก้าวหน้า จึงยังกระจุกอำนาจส่วนภูมิภาคไว้ (ซึ่งเท่ากับยังไม่กระจายอำนาจเหมือนที่อวดอ้างต่อสาธารณะ)

          นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศิลปะโบราณคดี ต่างมุ่งมั่นเข้าสู่ตำแหน่งบริหารเพื่อความก้าวหน้าในราชการ (ถ้าอยู่ในตำแหน่งวิชาการแล้วไม่ก้าวหน้า) แต่ขาดความรู้ความเข้าใจ และไม่มีประสบการณ์การบริหารจัดการ เลยขาดตกบกพร่องทั้งสองอย่าง คือ ทั้งวิชาการและบริหารจัดการ

          การแบ่งปันและเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะเป็นงานบริหารจัดการ ที่ต้องใช้มืออาชีพเฉพาะด้าน แต่ไทยโยนให้เป็นภาระของนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศิลปะโบราณคดี ผลคืองานเจ๊ง ไม่มีเจ๊า

          เมื่อถูกสังคมภายนอกอันกว้างขวางวิพากษ์วิจารณ์ ก็แสดงอาการใจแคบ เพราะไม่มีประสบการณ์บริหารจัดการ เลยด่วนกล่าวโทษสังคมภายนอก โดยไม่คิดทบทวนพิจารณาตนเอง

          รศ. รัศมี ชูทรงเดช อาจารย์ประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้สัมภาษณ์เตือนไว้ในจดหมายข่าวศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ฉบับโบราณคดี (เมษายน-มิถุนายน 2556) ที่เพิ่งส่งมาแบ่งปันเผยแพร่ให้อ่านไม่กี่วันมานี้เอง มีความว่า

          “จำเป็นที่จะต้องทบทวนตัวเองด้วย เราต้องกลับมาวิพากษ์ตัวเราเองอย่างสร้างสรรค์ไม่ใช่พอวิพากษ์ปุ๊บกลายเป็นว่า บอกว่าด่าทอกัน มันเลิกได้แล้วในแวดวงของคนที่มีความรู้ มันไม่ควรมีอคติแบบนี้ มันถึงเวลาที่จะต้องมาทบทวนตัวเอง”

 

เศรษฐกิจ ไม่สร้างสรรค์

          อนุรักษนิยมทางวัฒนธรรมในไทย เป็นปฏิปักษ์ต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่รัฐบาลกำลังผลักดัน ทั้งการท่องเที่ยวและโอทอป

          การโฆษณาหลอกลวงว่านางนพมาศเป็นสนมพระร่วงคือพ่อขุนรามคำแหง แล้วประดิษฐ์กระทงไปเล่นลอยในตระพังเป็นครั้งแรกยุคสุโขทัย แล้วเป็นต้นแบบประเพณีลอยกระทงสืบมาจนทุกวันนี้ เป็นวิธีคิดแบบอนุรักษนิยมสุดลิ่มทิ่มประตู ที่ไม่มีหลักฐานวิชาการสนับสนุน

          แล้วเป็นปฏิปักษ์ดักดานต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่รัฐบาลไม่ควรประพฤติ

          หากคิดและทำอย่างนี้ จะส่งผลให้กระทรวงวัฒนธรรมพัฒนาตนเองเป็นกระทรวงเศรษฐกิจตามที่ประกาศไว้ไม่สำเร็จ รัฐบาลย่อมไม่สำราญ