มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม 2556

 

กัมพูชาชอบไทย ชังสยาม

          เมื่อหงสาวดีกับอังวะจากพม่ายกมาตีได้อยุธยา ประวัติศาสตร์ดราม่าในไทยด่าทอต่อว่าพม่า สืบเนื่องนับร้อยปียังไม่เบื่อ และยังไม่หยุด

          พออยุธยาไปเผาเมืองพระนครหลวงในกัมพูชา และกรุงเทพฯไปเผาเมืองเวียงจันในลาว ตำราประวัติศาสตร์ดราม่าในไทยไม่พูดอะไรเลย

          ถ้าหนังสือประวัติศาสตร์ในกัมพูชาและในลาวจะดราม่าเหมือนที่ไทยทำกับพม่า ไทยต้องยอมรับด้วยว่าเขามีสิทธิ์เหมือนไทยทำมาก่อน

          ชาวกัมพูชาเรียกไทยยุคอยุธยาว่าเสียม ซึ่งเป็นคำเดียวกับสยาม เปรม จาบ (นักวิชาการแห่งคณะอักษรศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และภาษา มหาวิทยาลัยบันทายมีชัย กัมพูชา) เล่าไว้ในบทความวิชาการเรื่องข้อพิพาทพรมแดนกัมพูชา-ไทย ปัญหาชาตินิยมและอำนาจ : ศึกษากรณีปราสาทเขาพระวิหาร (เสียงสะท้อนจากกัมพูชา) (มูลนิธิโครงการตำราฯ พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2555) จะคัดมาตอนหนึ่งดังนี้

          “ในภาวะที่มีความไม่ปรกติหรือสงคราม ชาวเขมรมักนิยมใช้คำว่า ‘สยาม’ มากกว่า ‘ไทย’ โดยหมายถึงประเทศไทยกับชาวไทย

          เพราะอาณาจักรอยุธยานั้นได้โจมตียึดเมืองอังกอร์ ถึงสามครั้งและตีค่ายละแวกแตกพร้อมกับมีสงครามระหว่างไทย-กัมพูชาอีกหลายครั้งในประวัติศาสตร์ ทำให้ชาวกัมพูชาบางส่วนนั้นเกิดความรังเกียจ ‘สยาม’ และจดจำมาตลอดเวลาว่า ‘พวกสยามนั้นทำสงครามรุกรานแย่งดินแดนของอาณาจักรกัมพูชาและฆ่าประชาชนกัมพูชา ฆ่าไพร่ฟ้าประชาชนเขมร กวาดต้อนหญิงสาวและเกณฑ์ครอบครัวเขมรไปเป็นข้ารับใช้ จับเชื้อพระวงศ์ ข้าราชการเขมรและนักปราชญ์เขมรไปเมืองสยาม’

          โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวกัมพูชาไม่สบายใจที่มีการสูญเสียดินแดนหลายจังหวัดจากการรุกรานของพวกเสียม (สยาม) เพราะฉะนั้นจึงทำให้ชาวเขมรเกลียดชังเสียมและมักจะนำไปเล่าขานกันเสมอเพื่อแสดงให้เห็นว่าการกระทำของพวกเสียมนั้นผูกติดกับการกระทำที่เลวร้ายและป่าเถื่อน

          ในบางแห่งโดยเฉพาะที่ จังหวัดพระตะบอง จังหวัดบันเตียเมียนจัย (ภาษาไทยเรียกศรีโสภณ) จังหวัดเสียมเรียบ เมื่อผู้เฒ่ากล่อมเด็กๆให้หยุดร้องไม่ได้ เขามักจะพูดขู่ให้เด็กกลัว ว่า ‘ถ้าไม่หยุดร้องไห้ (กู) จะให้เสียมจับไป

          และยังมีคำเปรียบเทียบพังเพยที่แสดงให้เห็นถึงการใช้วิธีการเลวร้าย ในการรวบรวมคัมภีร์ หนังสือ ตำราต่างๆ จากกัมพูชา

          ในสื่อสารมวลชนเมื่อใดที่มีปัญหาปราสาทเขาพระวิหาร ก็มักจะใช้คำว่า ‘เสียม’ แทนคำว่า ‘ไทย’ เช่น กองทัพเสียม นายกรัฐมนตรีเสียม โจรป่าเสียม ฯลฯ

          เมื่อมีกรรมกรชาวกัมพูชาที่ทำงานในประเทศไทยคนใดถูกทุบตีหรือถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของไทยจับส่งตัวกลับ สื่อสารมวลชนกัมพูชามักจะเขียนด่าและวิพากษ์วิจารณ์ และโจมตีไทย โดยใช้คำว่า ‘เสียม’ แทน

          แต่ถ้ากล่าวในเชิงยกย่อง ก็มักจะใช้คำว่า นักแสดงไทย สินค้าไทย เสื้อผ้าไทย โดยจะหมายถึงความสวยงามของนักแสดง สินค้าที่มีคุณภาพดี เสื้อผ้าที่ทันสมัย เป็นต้น”

          ผมคัดมาให้อ่านแค่นี้ แต่ เปรม จาบ เขียนอธิบายยาวมากกว่านี้ พร้อมหลักฐานประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีครบถ้วน