มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม 2556

 

นาฏศิลป์ของเจ้าขุนมูลนาย

          นาฏศิลป์ในไทย ไม่แสดงความเป็นไทย และไม่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ แต่แสดงความเป็นเจ้าขุนมูลนาย และความมั่นคงของระบบเจ้าขุนมูลนาย

          ฟ้อนระบำรำเต้นเป็นวัฒนธรรมร่วมของทุกเผ่าพันธุ์ (รวมทั้งไทย) ทั่วสุวรรณภูมิและอุษาคเนย์ มาแต่ดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ช่วงนั้นยังไม่ติดต่ออินเดีย จึงไม่ได้รับอะไรๆจากอินเดีย(อย่างที่ตำรารำเขียนไว้)

ร้องรำทำเพลง มีฟ้อนระบำรำเต้น หรือนาฏศิลป์และดนตรี หลักฐานเก่าสุดในอาเซียน เป็นลายเส้นบนเครื่องมือสัมฤทธิ์ อายุราว 3,000 ปีมาแล้ว พบที่เวียดนามมีช่างฟ้อนทำท่ายืดยุบ พร้อมด้วยช่างขับ หมอลำ หมอแคน

          ฟ้อนระบำรำเต้น เป็นคำพื้นเมืองของสุวรรณภูมิมีใช้ในลาว (ฟ้อน, เต้น) และเขมร(รำ, ระบำ) ไทยรับจากเขมรและลาวมาใช้เป็นคำไทย

          นาฏศิลป์ เป็นคำบาลี-สันสกฤตที่คิดผูกขึ้นใช้แทนคำพื้นเมือง หมายถึงฟ้อนระบำรำเต้น โดยเน้นที่โขนละครตามประเพณีหลวง

          ผู้คิดผูกคำขึ้นใหม่ราว 50 ปีมานี้เองคือ อ. ธนิต อยู่โพธิ์ (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร) เพื่อแก้วาทะที่มีผู้ชอบเรียกนักแสดงด้านนี้เชิงดูถูกว่าเป็นพวกเต้นกินรำกิน (คำว่า ศิลปิน ก็มีขึ้นคราวนี้ครั้งแรกเพื่อเรียกผู้มีความสามารถทางนาฏศิลป์)

          นาฏศิลป์ของไทย เน้นที่โขนละครตามประเพณีหลวงของราชสำนักลุ่มน้ำเจ้าพระยาเท่านั้น (ไม่มีลุ่มน้ำอื่น) ซึ่งมีระบบเจ้าขุนมูลนายผสมกลมกลืนรวมอยู่ด้วย

          การเรียนการสอนนาฏศิลป์ในไทยให้ความสำคัญกับระบบเจ้าขุนมูลนายอย่างเคร่งครัด ดูได้จากสิ่งที่ครูปฏิบัติต่อนักเรียนเป็นประจำวัน

          ระบบเจ้าขุนมูลนาย เป็นสิ่งแสดงความเหลื่อมล้ำอย่างยิ่งที่ไม่ควรสืบทอดรักษา และไม่ได้แสดงความเป็นไทยในระบอบประชาธิปไตย ทั้งไม่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ (แต่จะเกี่ยวกับความมั่นคงของผู้ได้ประโยชน์จากระบบเจ้าขุนมูลนาย)

          นาฏศิลป์ตามประเพณีหลวง เช่น โขน ละคร ควรสืบทอดรักษาเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ศิลปะโบราณคดี แต่ขณะเดียวกันต้องสืบทอดรักษาฟ้อนระบำรำเต้นตามประเพณีราษฎร์เป็นสำคัญด้วย ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมสำหรับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในอนาคต

 

หมอลำกับลำตัด คนละยุคคนละอย่าง

          หมอลำ คือ ผู้ชำนาญ หรือผู้เชี่ยวชาญการเปล่งเสียงและถ้อยคำเป็นทำนองอย่างเสรี โดยไม่กำหนดความสั้นยาว จะเล่นเล่านิทานหรือโต้ตอบหญิงชายก็ได้

          เครื่องดนตรีประกอบลำคือแคน คนเป่าแคนคู่กับหมอลำเรียกหมอแคน

          พบหลักฐานเก่าสุดเกี่ยวกับหมอลำกับหมอแคน คือลายเส้นบนเครื่องมือสัมฤทธิ์ พบที่เวียดนาม อายุไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว เป็นการละเล่น (ไม่เป็นการแสดง) ในพิธีกรรมเลี้ยงผี เพื่อวิงวอนร้องขอฝนฟ้าความอุดมสมบูรณ์จากผีฟ้าผีแถน หลังจากนั้นอีกนานมากถึงมีพัฒนาการเป็นการแสดงเพื่อความบันเทิงเริงรมย์ตราบจนปัจจุบัน

          หมอลำ เป็นคำประสมระหว่าง หมอ กับ ลำ (หมอ แปลว่า ผู้ชำนาญ, ลำ แปลว่า การเปล่งเสียงและถ้อยคำเป็นทำนองอย่างเสรี มีความยาวไม่กำหนดตายตัว โดยเน้นถ้อยคำเป็นหลักมากกว่าทำนอง มักเล่นเล่าเรื่องเป็นนิทานตำนาน และเล่นโต้ตอบระหว่างหญิงกับชาย)

          ลำ มีความหมายเดียวกับ ขับ (ต่างจากร้อง แปลว่าการเปล่งเสียงและถ้อยคำ มีความยาวกำหนดไว้ตายตัวว่าเพลงหนึ่งมีกี่คำ? จะมากหรือน้อยกว่าไม่ได้) ลำ มีใช้ทั่วไปบริเวณลุ่มน้ำโขงตั้งแต่เวียงจันลงไปทางใต้ รวมอีสานในไทย เช่น ลำสีพันดอน เหนือเวียงจันขึ้นไปใช้ขับ ไม่ใช้ลำ เช่น ขับทุ้มหลวงพระบาง

          หมอลำ กับ ลำตัด เป็นการละเล่นหรือการแสดงคนละยุคคนละอย่างต่างกัน (ตอบที่มีผู้ถามมาหลายวันแล้ว)

          1. หมอลำแรกมีบริเวณลุ่มน้ำโขงราว 3,000 ปีมาแล้ว แต่ลำตัดแรกมีที่กรุงเทพฯคราวเดียวกับลิเกในสมัย ร.5 ห่างกันมากกว่า 2,500 ปี

          2. หมอลำเป็นวัฒนธรรมของคนในตระกูลไทย-ลาว แต่ลำตัดมาจากวัฒนธรรมมุสลิมทางภาคใต้(ที่รับจากอาหรับ, เปอร์เซีย อีกทอดหนึ่ง) แล้วถูกปรับใช้ด้วยตระกูลภาษาไทย-ลาวในกรุงเทพฯ สมัย ร.5

          3. หมอลำมีเครื่องดนตรีคลอเคล้าคือแคน แต่ลำตัดมีกลองรำมะนาตีประโคมตามประเพณีมุสลิม

          ลำตัด เป็นคำประสมของลำกับตัด หมายถึงลำแล้วตัดให้สั้นลงตามที่กำหนดอย่างกะทัดรัด ด้วยทำนองเพลงโต้ตอบหลากหลายต่างๆกันที่มีอยู่แล้ว เช่น หมอลำ, เพลงฉ่อย, เพลงโคราช, เพลงพาดควาย, เพลงอีแซว, เพลงขอทาน, เพลงลิเก, ฯลฯ จนถึงลูกกรุง, ลูกทุ่ง