Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 9 ตุลาคม 2556

ไปโคราช เกือบ 50 ปีมาแล้ว

           ราว พ.ศ. 2510 (หรือประมาณใกล้เคียงช่วงนี้ จำแน่นอนไม่ได้) ขณะยังเรียนหนังสือ ขรรค์ชัย บุนปาน ชวนผมไปเที่ยวโคราช (นครราชสีมา)

           อ. วทัญญู ณ ถลาง ผอ. วิทยาลัยเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ขณะนั้น) อนุญาตให้อาศัยนอนในวิทยาลัย

           โดยมอบให้ อ. วิโรฒ ศรีสุโร สอนวิชาสถาปัตย์ ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองพาไปไหว้พระวัดศาลาลอย แล้วไปไหว้ผีครูช่างปั้นเครื่องปั้นดินเผาบ้านด่านเกวียนซึ่งยังเป็นกระท่อมโรงเรือนมุงหญ้าคา ที่ อ. วทัญญู และ อ. วิโรฒไปบุกเบิกออกแบบทดลองร่วมกับชาวบ้าน จะเอาไปก่อสร้างตกแต่งวิทยาลัย

           นับแต่นั้น เมื่อผ่านไปโคราชครั้งใด ก็จะแวะไปวิทยาลัย, วัดศาลาลอย, บ้านด่านเกวียน ด้วยความเคยชิน

           หลังจากบ้านด่านเกวียนเป็นแหล่งธุรกิจอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ ผมก็ไม่แวะไปอีกเลย เพราะกลัวอำนาจทุนใหญ่ที่นั่น

ด่านเกวียน ที่โคราช

           บ้านด่านเกวียน หมายถึงชุมชนเล็กๆ ก่อน พ.ศ. 2500 ที่พ่อค้าเกวียนจอดพัก บนเส้นทางคมนาคมระหว่างโคราช กับบ้านเมืองอื่นๆละแวกเขมรสูงทิวเขาพนมดงรัก จนถึงเขมรต่ำที่โตนเลสาบ ปัจจุบันอยู่ ต. ท่าอ่าง อ. โชคชัย จ. นครราชสีมา

           อยู่ริมแม่น้ำมูล มีดินเหนียวลักษณะพิเศษ เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนแม่น้ำธรรมชาติ มีผู้รู้บอกว่าเหมาะทำเครื่องปั้นดินเผาเนื้อแกร่ง ทนความร้อนสูง

           เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน เริ่มจากชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ ทำภาชนะใช้สอยในครัวเรือนตามประเพณีอย่างหยาบๆ ง่ายๆ เรียบๆ แล้วซื้อขายวงแคบๆ

           คนพวกแรกที่ทำเครื่องปั้นดินเผาบ้านด่านเกวียนเป็นใคร? ยังไม่พบหลักฐานตรงๆ

           มีแต่คำบอกเล่าว่าเป็นคนหลายพวก หลายเผ่า ที่ทยอยเคลื่อนย้ายเข้ามากับพ่อค้าเกวียน ซึ่งมีทั้งเขมรสูง เขมรต่ำ พูดตระกูลภาษามอญ-เขมร กับพวกตระกูลภาษาไทย-ลาว ทั้งสำเนียงลาวสองฝั่งโขงและสำเนียงโคราช

           เครื่องปั้นดินเผาเป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ เป็นวัฒนธรรมร่วมของทุกเผ่าพันธุ์ในไทย, ในสุวรรณภูมิ, และในอุษาคเนย์ ไม่น้อยกว่า 5,000 ปีมาแล้ว ไม่มีใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นเจ้าของ หรือเป็นกลุ่มแรกที่ทำได้ (ยกเว้นบางพวกไม่อยู่ติดที่ แล้วมักร่อนเร่ย้ายไปเรื่อยๆ จึงไม่ทำภาชนะเครื่องปั้นดินเผา)

           ชาวโคราชเล่าลือกันไปทั่วว่าผู้จัดรายการวิทยุแห่งหนึ่งบอกว่าพวกข่าเป็นผู้ริเริ่มทำเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน คนฟังก็เชื่อตามนั้นอย่างงงๆ

           แต่ไม่เคยพบหลักฐานว่าพวกข่าเริ่มทำเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนก่อนใครอื่น เพราะใครๆก็ทำได้ (ยกเว้นข่าตองเหลืองและเงาะป่าซาไกเซียมังใช้กระบอกไม้ไผ่ เพราะทำเครื่องปั้นดินเผาไม่ได้) โดยเฉพาะในภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะมีพวกมอญชำนาญเรื่องนี้เป็นพิเศษสืบเนื่องยาวนานมาก

           ข่า เป็นคำออกเสียงอย่างลาวใต้ ถ้าออกเสียงอย่างลาวเหนือคือ ข้า หมายถึงขี้ข้า เป็นคำดูถูกที่คนเหนือกว่าเรียกคนด้อยกว่า หรือคนในชุมชนเมืองเรียกคนในชุมชนป่าดง ซึ่งพวกไทย-ลาวมักใช้เรียกคนในตระกูลมอญ-เขมร และชวา-มลายู ที่อยู่ป่าดงในไทย, ลาว, เขมร, เวียดนาม