มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม 2556

แม่น้ำปราจีนบุรี, บางปะกง

           แม่น้ำปราจีนบุรี คือต้นทางของแม่น้ำบางปะกง มีต้นน้ำจากทิวเขาใน อ. โป่งน้ำร้อน, อ. มะขาม และ อ. สอยดาว จ. จันทบุรี

           ไหลผ่านหลายอำเภอในเขต จ. สระแก้ว เรียกคลองพระสทึง (สทึง เป็นภาษาเขมร แปลว่า แม่น้ำลำคลอง แผลงเป็น ฉะเชิง ในชื่อ จ. ฉะเชิงเทรา)

           เมื่อเข้าเขต จ. ปราจีนบุรี เรียกแม่น้ำปราจีนบุรี รับน้ำจากลำน้ำต่างๆจากทิวเขาใหญ่-ดงพระยาเย็น กับพนมดงรัก เช่น แควหนุมาน

           ครั้นเข้าเขต จ. ฉะเชิงเทรา จึงเรียกแม่น้ำบางปะกง (ปะกง เพี้ยนคำจากภาษาเขมรว่าบองก็อง แปลว่า กุ้ง) ไหลออกอ่าวไทย

           ปกติก็มีน้ำท่วมในฤดูฝนอยู่แล้ว แต่หลายปีมานี้ท่วมติดๆกันมาก เพราะชุมชนขยายตัวโตขึ้นอย่างสะเปะสะปะ และโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาก ขณะเดียวกันก็ตัดถนนขวางทางน้ำไหล แล้วมีฝนมากเป็นพิเศษ เลยท่วมกันยกใหญ่ แก้ไขลำบาก ถ้าหากขาดผังเมืองและไม่เคารพกฎ กติกา มารยาท

กบินทร์บุรี

           อ. กบินทร์บุรี จ. ปราจีนบุรี ยุคอยุธยาชื่อด่านหนุมานตามเรื่องรามเกียรติ์

           ร.3 ยกด่านหนุมานเป็นเมืองกบินทร์บุรี (กบินทร์ มาจาก กระบี่ แปลว่า ลิง) เมื่อ พ.ศ. 2369

           บริเวณ อ. เมือง จ. ปราจีนบุรี มีชื่อดงพระราม ตามเรื่องรามเกียรติ์

ประจันตคาม

           อ. ประจันตคาม จ. ปราจีนบุรี ยุคอยุธยาชื่อด่านกบแจะ

           ร.3 ยกด่านกบแจะเป็นเมืองประจันตคาม เมื่อ พ.ศ. 2369

           ในพระราชพงศาวดารฯ ว่าพระเจ้าตากพาไพร่พลข้ามน้ำที่ด่านกบแจะ คือบริเวณลำน้ำประจันตคาม ไหลมากับแม่น้ำปราจีนบุรี ที่วัดกบแจะ อ. เมือง จ. ปราจีนบุรี

ศรีมหาโพธิ

           อ. ศรีมหาโพธิ จ. ปราจีนบุรี เดิมชื่อบ้านท่าเขมร เพราะมีพวกเขมรเอาสินค้าของป่าล่องเรือตามแม่น้ำปราจีนบุรีมาขึ้นขายที่ท่าน้ำชุมชนนี้

           ต่อมาไม่ต้องการให้มีชื่อเขมร จึงเปลี่ยนเป็นทางการว่าท่าประชุมชน แต่คนนิยมเรียกสั้นๆว่า ท่าประชุม

           ครั้นเป็นที่ตั้งอำเภอ จึงให้ชื่อ อ. ศรีมหาโพธิ (อ่านว่า สี-มะ-หา-โพด) หมายถึงต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งมีอยู่ที่วัดต้นโพธิ์ ต. โคกปีบ (ปัจจุบันอยู่ อ. ศรีมโหสถ)

           เมื่อแยก ต. โคกปีบ เป็นอำเภอใหม่ แต่ไม่ให้ชื่อเป็น อ. ศรีมหาโพธิ ตามประวัติความเป็นมาของชื่อบ้านนามเมืองที่มีต้นโพธิ์ขึ้นอยู่ โดยให้ ต. โคกปีบ ขึ้นกับ อ. ศรีมโหสถ (ได้ชื่อใหม่ตามนิทานชาดกประจำถิ่น)

           ทุกวันนี้ อ. ศรีมหาโพธิ จึงไม่มีต้นศรีมหาโพธิ์ เพราะผู้มีอำนาจในกระทรวงมหาดไทยสมัยก่อนไม่ใส่ใจและไม่ยกย่องประวัติความเป็นมาของท้องถิ่น

           ปัจจุบันก็ไม่ยกย่องเหมือนเดิม และเหมือนกันเกือบทั่วประเทศ จึงไม่มีใครรู้จักจริงๆเรื่องความเป็นมาของท้องถิ่นตน ดังมีพยานทั่วไป

           แต่อาจมีผู้ว่าและนายอำเภอบางคนออกปากว่าสนใจและให้ความสำคัญประวัติความเป็นมาของท้องถิ่น ก็ให้รู้ด้วยว่าพวกเขาพูดตามกระแสไปเรื่อยๆ แต่จริงๆไม่ใส่ใจและไม่ยกย่อง ดีแต่พูดไปยังงั้นแหละd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);